โดย อัซซาบาวีย์
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โลกอิสลามได้เผชิญอยู่กับความตกต่ำขั้นรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้มสลายของจักรวรรดอุษมานียะห ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของโลกอิสลามในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมกับการที่ดินแดนบริเวณตะวันออกกลางที่เคยเป็นบริเวณของอาณาจักรอุษมานียะห์ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของประเทศยุโรป ทั้งในรูปแบบของอาณานิคมและรัฐอารักขา การที่ตกเป็นอาณานิคมในครั้งนั้นส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อชาวมุสลิมเป็นอย่างมาก และมีความพยายามที่จะนำระบอบอิสลามกลับคืนสู่การเมืองอีกครั้ง องค์กรหรือขบวนการที่มีการทำงานในลักษณะเช่นนี้ที่มีความชัดเจนมาก หากไม่ได้กล่าวถึง ขบวนการอิควานุล มุสลิมีน ที่เป็นองค์กรเกิดขึ้นมาจากความพยายามชูอิสลามเหนือสิ่งอื่นๆ ทางผู้เขียนจึงขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับขบวนการดังกล่าวโดยสังเขปในช่วงเวลาของผู้นำท่านแรกก็คือ เชคหะซัน อัลบันนา
ขบวนการอิควานุล มุสลีมูนถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1928 โดยแกนนำผู้ก่อตั้งคนสำคัญนั่นคือ เชคหะซัน อัล บันนา
เชคหะซัน อัลบันนา เกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 1906 ที่ประเทศอียิปต์ เป็นบุตรของเชคอะหมัด อับดุรเราะหฺมาน อัลบันนา ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในสังคมอียิปต์ ทางด้านของการศึกษาท่านได้ศึกษาวิชาทางด้านศาสนาและภาษาอาหรับในขณะที่อยู่ชั้นประถม และได้ศึกษาต่อในโรงเรียนอัรรอซาต อัดดีนียะหฺ ในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนดังกล่าวนี้เอง ภาวะของการเป็นผู้นำ และนักเคลื่อนไหวทางด้านของอิสลามได้ปรากฏขึ้น ท่านได้รับการคัดเลือกเป็นประธานชมรมจริยธรรมของโรงเรียน และหลังจากนั้นท่านได้ร่วมมือกับเพื่อนๆ ก่อตั้งชมรมยับยั้งการกระทำสิ่งต้องห้าม โดยเจตนารมณ์ของชมรมดังกล่าวได้มีเป้าหมายในการเชิญชวนผู้คนให้ดำเนินชีวิตตามวิถีของศาสนา และการละทิ้งในสิ่งที่ศาสนาได้ห้าม โดยในการเชิญชวนการใช้ชีวิตตามวิถีแห่งอิสลามนั้น ท่านไม่ได้ประกาศเชิญชวนใบบริเวณมัสญิดหรือแท่นแสดงธรรมเพียงอย่างเดียว ท่านใช้เวลาบางส่วนในการเผยแพร่แนวคิดและศาสนาอิสลามตามบริเวณร้านน้ำชารวมไปถึงผับบาร์สถานที่ที่มีผู้คนหลงระเริงไปกับแสงสีเสียงของโลก จนทำให้ลืมหน้าที่ที่แท้จริงในศาสนาอิสลาม
ท่านได้รับการสนับสนุนในการแสวงหาวิชาความรู้จากครอบครัวของท่าน กระทั่งในวัย 16 ปี บิดาของท่านได้ส่งให้ไปศึกษาต่อยังโรงเรียนดารุล อูโลม ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูในกรุงไคโร ในช่วงเวลาที่กำลังศึกษาอยู่นั้นเองท่านได้เผชิญอยู่กับความเหลวแหลกในสังคมของอียิปต์ในขณะนั้น แนวคิดหรือความคิดแปลกแยกที่ให้ร้ายต่อหลักธรรมของศาสนาได้ถูกเผยแพร่อย่างมากมาย งานเขียนต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลานั้นไม่ว่าจะเป็น บทกวีก่อนอิสลาม (One Preislamic Poetry) ที่เขียนขึ้นโดย ดร.ฏอฮา ฮุสซัยน์ (Toha Husain) โดยเนื้อหาของหนังสือดังกล่าวพยายามที่จะสร้างความผิดเพี้ยนต่อการอรรถาธิบายคัมภีร์กุรอ่าน รวมไปถึงงานเขียนของรอซิกคือ อิสลามและหลักการของรัฐบาล (Islam and the Principles Government) โดยหนังสือเล่มดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ลัทธิชาตินิยมแบบเซคคิวลาร์ เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อในมุสลิมหันมาดำเนินชีวิตโดยการแยกศาสนาออกจากการเมือง และอีกหลายครั้งที่มีหนังสือพิมพ์ของอียิปต์เองที่มีการสนับสนุนให้อียิปต์เปลี่ยนแปลงไปตามยุโรป เฉกเช่นเดียวกันกับที่ประเทศตุรกีได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เชคฮาซันได้สำเร็จการศึการะดับปริญญาตรี ณ สถาบันแห่งนี้ในปี ค.ศ. 1927 และหลังจากนั้นก็ได้รับการบรรจุเป็นครูสอนภาษาอาหรับ ณ มัดรอซะฮฺ อัลอิบติดาอียะหฺ อัลอะมารียะหฺ ในจังหวัดอิสมาอีลียะหฺ
ภายหลังที่ก่อตั้งสมาคมได้ระยะหนึ่ง เชคหะซันได้นำสมาคมนี้เข้าสู้เส้นทางทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด โดยเริ่มที่จะขยายอิทธิพลแนวคิดทางการเมืองของกลุ่มตนเอง มีการเผยแพร่บทความต่างๆที่เกี่ยวข้องกับด้านศาสนาและสังคม รวมไปถึงการออกอากาศผ่านทางรายการวิทยุ มีการเดินทางปราศรัยตามสถานที่ต่างๆ หลังจากที่สามารถรวบรวมมวลชนไว้ได้ในระดับหนึ่ง เชคหะซันเริ่มที่จะส่งหนังสือไปยังกษัตริย์ นายกรัฐมนตรี และชนชั้นนำในการปกครองประเทศอียิปต์ในขณะนั้น รวมไปถึงกษัตริย์และผู้นำทางการเมืองประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศมุสลิมอื่นๆ โดยสาระสคัญของหนังสือที่เชคหะซันส่งไปก็คือ มีการเรียกร้องให้บรรดาชาติเหล่านั้นให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามวิถีแห่งอิสลามในการดำเนินชีวิต ทั้งในการใช้ระบอบการเมือง เศรษฐกิจ และกฏหมายของอิสลาม
ดังนั้นในรูปแบบความคิดทางการเมืองของสมาคมนี้ ได้ชูความเป็นอิสลามเหนือการเมืองรูปแบบอื่นๆ ที่ต่างออกไป ซึ่งสมาคมได้ถือว่ากิจการของอิสลามได้เข้าครอบคลุมทุกวิถีการปฏิบัติทุกชนิดของมนุษย์ ทางสมาคมจึงได้เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างจริงจังภายใต้คำประกาศของกลุ่มที่มีใจความอยู่ว่า “เราขอเรียกร้องท่านสู่อิสลาม ตามคำสอนของอิสลาม กฏเกณฑ์ของอิสลาม ทางนำของอิสลาม หากว่าสิ่งนี้เป็นการเมืองสำหรับท่านแล้ว นี่ก็เป็นการเมืองของเราเช่นกัน” ความคิดทางการเมืองของสมาคมจึงต่อต้านความคิดของเซคคิวลาร์ ที่พยายามจะแบ่งแยกกันระหว่างศาสนากับการเมือง ความคิดดังกล่าวไม่ได้ให้ความสำคัญต่ออิสลาม ฉะนั้นควรที่จะล้มเลิกการจัดตั้งรัฐแบบเซคคิวลาร์
เชคหะซัน ได้กล่าวว่าในการสถาปนารัฐอิสลาม มีความจำเป็นอยู่สามประการคือ 1. หลักการอิสลาม 2. ความเป็นเอกภาพของชาติ และ 3. รัฐบาลอิสลาม
1. หลักการอิสลาม แนวคิดของทางสมาคมที่มีต่อหลักศรัทธานั้นมีความเชื่อว่า อิสลามคือหลักศรัทธาที่จะควบคุมและครอบครองแนวชีวิตของมุสลิม และเป็นแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมในกิจกรรมต่างๆในชีวิตของมุสลิม ทางสมาคมได้เรียกร้องสู่การก่อตั้งรัฐอิสลามเพื่อเป็นผลในการให้คำดำรัสของอัลลอฮฺสูงส่งในโลกนี้ เชคหะซัน อธิบายวัตถุประสงค์ข้างต้นโดยกล่าวว่า “อิสลามนั้นเป็นอิบาดะฮฺ กิยาดะฮฺ และดีน อิสลามเป็นรัฐบาลและจิตวิญญาณ เป็นข้อปฏิบัติ เป็นการละหมาด เป็นญิฮาด(ต่อสู้ดิ้นรน) เป็นการเชื่อฟัง เป็นการปกครอง เป็นอัลกุรอานและดาบ ไม่มีการแยกแยะระหว่างสิ่งดังกล่าว”
2. ความเป็นเอกภาพของชาติ ในข้อดังกล่าวทางสมาคมได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องของเอกภาพ พวกเขาเหล่านั้นได้ทุ่มเทการทำงานเพื่อความเป็นเอกภาพของอิสลาม และต้องเกิดเอกภาพกันระหว่างกลุ่มคนมุสลิม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้มีการกล่าวโจมตีต่อลัทธิจักรวรรดินิยมเป็นอย่างมาก สาเหตุเพราะว่าลัทธิได้กล่าวได้สร้างเส้นแบ่งคนซึ่งมีพื้นฐานในลักษณะต่างๆ ที่มีความคล้ายคลึงกันทั้งทั้งทางด้าน ชาติพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรม และศาสนาอิสลาม ซึ่งการแบ่งแยกผู้คนต่างๆ ออกจากกันนั้นทำให้สังคมมุสลิมขาดเอกภาพ รวมไปถึงความเชื่อของกลุ่มที่ว่ามาตุภูมิของอิสลามไม่สามารถแบ่งแยกออกจากกันได้ และภายในสังคมอิสลามนั้นมีการเรียกร้องให้มุสลิมคัดเลือกผู้นำเพื่อให้มาปกครองมุสลิมด้วยกันเอง อีกทั้งทางสมาคมยังคงมีการคัดค้านการเมืองที่มีพรรคการเมือง เพราะพวกเขามองว่าการมีพรรคการเมืองย่อมที่จะสร้างความขัดแย้งและแก่งแย่งกันระหว่างพรรค ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้การเมืองนั้นขาดเอกภาพ
3. รัฐบาลอิสลาม ทางด้านรัฐบาลที่จะมาปกครองประเทศมุสลิม โดยเฉพาะประเทสอียิปต์ที่ทางสมาคมได้เสนอรัฐบาล เพราะเชคหะซันไม่ยอมรับเงื่อนไขการแบ่งแยกศาสนากับการเมืองที่สังคมอียิปต์กำลังเป็นอยู่ในขณะนั้น โดยการมีรัฐบาลอิสลามต้องมีความสัมพันธ์กับรัฐทางศาสนา รัฐบาลที่ไม่ได้วางอยู่บนหลักการอิสลามมิใช่รัฐบาลสำหรับชาวมุสลิม
จากการที่มีนโยบายในการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐอิสลามขึ้นบนแผ่นดิน และมีจุดยืนที่แน่วแน่การกระทำดังกล่าวเหล่านั้นได้ทำให้เกิดการขัดผลประโยชน์ต่อชนชั้นปกครอง รวมไปถึงความหวาดระแวงของชนชั้นปกครองที่เกรงว่าสมาคมของเชคหะซันจะเข้ามามีอำนาจทางการเมืองเหนือตนเอง พวกเขาจึงพยายามที่จะกำจัดสมาคมนี้ โดยในเดือนธันวาคมปี 1948 ทางการอียิปต์ได้ประกาศว่าสมาคมภารดร มุสลิมเป็นสมาคมต้องห้ามเป็นผลให้เกิดการกวาดล้างสมาชิกของสมาคมเป็นจำนวนกว่าพันมาก และถัดจากนั้นอีก 2 เดือนเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้นนั่นคือ การสูญเสียเชคหะซัน จากการลอบสังหาร
แม้ว่าจะสูญเสียเชคหะซันจากการลอบสังหาร ทางสมาคมไม่ได้ยุติบทบาทลงเพียงแค่นั้น ยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทางสมาคมภราดรภาพแห่งอิสลาม ยังคงมีบทบาทสูงภายในสังคมของอียิปต์ แต่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางสมาคมมีอิทธิพลสูงมากเสมือนกับฝ่ายค้านนอกสภาของอียิปต์ แม้ว่าจะถูกต่อต้านจากอำนาจเผด็จการของรัฐที่คอยกดไม่ให้ทางสมาคมดำเนินกิจการได้สะดวก
ข้อมูลอ้างอิง และบทความอ่านเพิ่มเติม
จรัญ มะลูลีม.เอเชียตะวันตกศึกษา : ภาพรวมทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.
มานิอฺ บินฮามิด อัลญุฮานีย์ เขียน. ริฎอ อะหมัด สมะดี แปล. สารานุกรมศาสนา แนวคิดและกลุ่มต่างๆในปัจจุบัน.
มัรยัม ญะมีละฮ เขียน ; บรรจง บินกาซัน แปล.ขบวนการฟื้นฟูอิสลาม.
มุนีร มูฮัมมัด. “ชีวประวัติท่านอิหม่ามหะซัน อัลบันนา ผู้ก่อตั้งกลุ่มอัลอิควานิลมุสลิมีน.” ใน เอก
สารอัลอิศลาห์ ปีที่ 74 อันดับที่ 333-335 กรกฎาคม 2541

1 responses to “อัลอิควานุล มุสลีมูน กับการฟื้นฟูอิสลามภายใต้การนำของเชคหะซัน อัลบันนา”
mured
เมษายน 25th, 2011 ที่ 20:38
thanks