<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>ชุมชนวารสารและริซาละฮญุมอัต</title>
	<atom:link href="http://journalmwu.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://journalmwu.wordpress.com</link>
	<description>ชมรมศาสนศึกษา แผนกอิสลาม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Dec 2011 02:48:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='journalmwu.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>ชุมชนวารสารและริซาละฮญุมอัต</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://journalmwu.wordpress.com/osd.xml" title="ชุมชนวารสารและริซาละฮญุมอัต" />
	<atom:link rel='hub' href='http://journalmwu.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ปลุกตัวเอง!!</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/12/08/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/12/08/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Dec 2011 19:10:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=440</guid>
		<description><![CDATA[สายฝนที่ร่วงโรยสู่พื้นดิน ทำให้ดินชื่่นช่ำ ต้นกล้นกลับมีชีวิตชีวา แต่ท้องฟ้ากลับหม่งหมองไร้ซึ่งดวงดาวเหมือนดั่งวันวาน เสียงฟ้าแลบบ่งบอกว่าฉันควรตื่น ตื่น ตื่นจากภวังแล้วลืมตามองสิ่งรอบข้าง เช็กตัวเองว่าฉันได้ทำอะไรเพื่อผู้สร้างแล้วหรือยัง!!! สัญลักษณ์ของวันกียามัตก็บ่งบอกให้เรารู้ตัวหลายหลายสิ่งหลายอย่าง แต่นั้นก้อยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่า คำสัญญาของพระองค์กำลังใกล้เข้ามาแล้ว แต่ทำไมจิตใจฉันถึงอ่อนแอเหลือเกิน Astaufirullah มีอารายหลายอย่างที่ฉันไม่ได้ทำเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องดุนยา มัวแต่หลงระเริงกับสิ่งจอมปลอมจนทำให้ฉันลืมคิดไปว่าวันหนึ่งฉันต้องจากมันไป โดยที่ฉันลืมคิดไปว่าสิ่งเหล่านั้นมันมิอาจช่วยฉันให้รอดพ้นจากเขาพิพากษาได้ แต่สิ่งที่จะช่วยฉันคืออาม้าลที่ดี ที่เกิดจากจิตใต้สำนึกจากหัวใจดวงน้อยของฉันต่างหากที่จะช่วยเหลือฉัน มันยังไม่สายใช้ไหมที่ฉันจะเปลี่ยนแปลง มันยังไม่สายใช้ไหมที่ช้านจะหันไปดูแลและใส่ใจพี่น้องของฉัน มันยังไม่สายใช้ไหมที่ฉันจะเตาบัติด้วยหัวจัยที่สำนึกผิด มันยังไม่สายใช้ไหมที่จะให้อิสลามเดิมไปข้างหน้า แม้บางครั้งมันอาจเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง ล้าบ้าง แต่นั้นมันไม่ใช้ปัญหาถ้าใจแกร่งกายก้อพร้อมที่ก้าวต่อไป ล้มแล้วก้อลุกขึ้นมาใหม่ดั่งต้นกล้ากว่ามันจะเติบโตเปนต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงามันต้องผ่านทั้งร้อน ทั้งหนาว พายุซัด คนเหยียบย้ำแต่มันก้อยังสู้ จนมันเติบโตพร้อมที่จะให้ร่มเงาแกสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ************************************************************ อิสลามที่หมายถึงความสันติ แต่ปัจจุบันกลายเปนความรุนแรง อิสลามศาสนาแห่งการตักเตือน กลายเปนกานชักจูง อิสลามศาสนาแห่งความง่ายดายกลับกลายเปนศาสนาที่ให้ความยุ่งยาก อิสลามศาสนาที่มาพร้อมความรู้แต่ปัจจุบันกลับไร้ซึ่งความรู้ ****ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนอิสลามให้กลับไปเป็นความหมายเดิม ถึงเวลาแล้วที่จะตะโกนให้คนทั้งโลกรู้ว่าอิสลามก้อมีดีหลายอย่าง จนเรียกได้ว่าอิสลามคือแม่พิมพ์ของโลก อย่าปล่อยให้อารมณ์นับซูมาครอบงำหัวใจเรา อย่าปล่อยให้ใครมาดูหมิ่นศาสนาเรา ตื่น ตื่น ตื่น ตื่นๆๆแล้วเปนกระจกส่องหัวจัยของกันและกัน เทอร์เตือนเช้า ฉันเตือนเทอร์ ให้บรรยากาศแห่งอิสลาม บรรยากาศแห่งความเปนอุควะฮฺ(ความเปนพี่น้อง)กลับมาอีกครั้งดุดดั่งวันวาน&#8230;.อินชาอัลลอฮ BY………. Sakin Islam<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=440&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สายฝนที่ร่วงโรยสู่พื้นดิน ทำให้ดินชื่่นช่ำ ต้นกล้นกลับมีชีวิตชีวา แต่ท้องฟ้ากลับหม่งหมองไร้ซึ่งดวงดาวเหมือนดั่งวันวาน เสียงฟ้าแลบบ่งบอกว่าฉันควรตื่น ตื่น ตื่นจากภวังแล้วลืมตามองสิ่งรอบข้าง เช็กตัวเองว่าฉันได้ทำอะไรเพื่อผู้สร้างแล้วหรือยัง!!! สัญลักษณ์ของวันกียามัตก็บ่งบอกให้เรารู้ตัวหลายหลายสิ่งหลายอย่าง แต่นั้นก้อยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่า คำสัญญาของพระองค์กำลังใกล้เข้ามาแล้ว แต่ทำไมจิตใจฉันถึงอ่อนแอเหลือเกิน Astaufirullah มีอารายหลายอย่างที่ฉันไม่ได้ทำเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องดุนยา มัวแต่หลงระเริงกับสิ่งจอมปลอมจนทำให้ฉันลืมคิดไปว่าวันหนึ่งฉันต้องจากมันไป โดยที่ฉันลืมคิดไปว่าสิ่งเหล่านั้นมันมิอาจช่วยฉันให้รอดพ้นจากเขาพิพากษาได้ แต่สิ่งที่จะช่วยฉันคืออาม้าลที่ดี ที่เกิดจากจิตใต้สำนึกจากหัวใจดวงน้อยของฉันต่างหากที่จะช่วยเหลือฉัน มันยังไม่สายใช้ไหมที่ฉันจะเปลี่ยนแปลง มันยังไม่สายใช้ไหมที่ช้านจะหันไปดูแลและใส่ใจพี่น้องของฉัน มันยังไม่สายใช้ไหมที่ฉันจะเตาบัติด้วยหัวจัยที่สำนึกผิด มันยังไม่สายใช้ไหมที่จะให้อิสลามเดิมไปข้างหน้า แม้บางครั้งมันอาจเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง ล้าบ้าง แต่นั้นมันไม่ใช้ปัญหาถ้าใจแกร่งกายก้อพร้อมที่ก้าวต่อไป ล้มแล้วก้อลุกขึ้นมาใหม่ดั่งต้นกล้ากว่ามันจะเติบโตเปนต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงามันต้องผ่านทั้งร้อน ทั้งหนาว พายุซัด คนเหยียบย้ำแต่มันก้อยังสู้ จนมันเติบโตพร้อมที่จะให้ร่มเงาแกสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย<br />
************************************************************<br />
อิสลามที่หมายถึงความสันติ แต่ปัจจุบันกลายเปนความรุนแรง<br />
อิสลามศาสนาแห่งการตักเตือน กลายเปนกานชักจูง<br />
อิสลามศาสนาแห่งความง่ายดายกลับกลายเปนศาสนาที่ให้ความยุ่งยาก<br />
อิสลามศาสนาที่มาพร้อมความรู้แต่ปัจจุบันกลับไร้ซึ่งความรู้</p>
<p>****ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนอิสลามให้กลับไปเป็นความหมายเดิม ถึงเวลาแล้วที่จะตะโกนให้คนทั้งโลกรู้ว่าอิสลามก้อมีดีหลายอย่าง จนเรียกได้ว่าอิสลามคือแม่พิมพ์ของโลก อย่าปล่อยให้อารมณ์นับซูมาครอบงำหัวใจเรา อย่าปล่อยให้ใครมาดูหมิ่นศาสนาเรา ตื่น ตื่น ตื่น ตื่นๆๆแล้วเปนกระจกส่องหัวจัยของกันและกัน เทอร์เตือนเช้า ฉันเตือนเทอร์ ให้บรรยากาศแห่งอิสลาม บรรยากาศแห่งความเปนอุควะฮฺ(ความเปนพี่น้อง)กลับมาอีกครั้งดุดดั่งวันวาน&#8230;.อินชาอัลลอฮ</p>
<p>BY……….<br />
Sakin Islam</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/440/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/440/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/440/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/440/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/440/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/440/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/440/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/440/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/440/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/440/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/440/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/440/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/440/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/440/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=440&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/12/08/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การทำงานเพื่ออิสลาม</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/12/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/12/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Dec 2011 11:29:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=225</guid>
		<description><![CDATA[โดย อัสรี บิน อับดุลรอฮมาน มวลสรรเสริญทุกสรรพสิ่งเป็นสิทธิของอัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ผู้ทรงเมตตายิ่งและทรงรอบรู้ อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ได้ส่งมวลมนุษยชาติมาอยู่บนพื้นโลกไม่ใช่เหตุอื่นใดนอกจากการทำอิบาดะฮต่ออัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) และอามาลอิบาดะฮที่อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ทรงโปรดปรานก็เป็นอามาลที่ศอลิฮ และอามาลที่ศอลิฮนั้นก็มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอามาลที่เป็นวายิบ เช่น การละหมาด การถือศีลอด เป็นต้น และอามาลที่เป็นซุนนะฮ ที่ได้รับแบบอย่างจากท่านรอซูล (ศ็อลลัลลอฮ ฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ล้วนเป็นอามาลที่อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) โปรดปราน แต่สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอให้พี่น้องได้รับทราบอีกแง่หนึ่ง ที่พี่น้องอาจจะนึกไม่ถึงว่านี้มันก็เป็นอามาลที่ศอลิฮ คืองานชมรม งานที่พี่น้องได้มีส่วนร่วมนั้น บางครั้งก็ไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพมากนัก เพราะเรานั้นขาดการตั้งจิตที่แน่วแน่ในการทำงาน ลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงในการทำงาน ขาดการตั้งเจตนาที่บริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ทำให้การงานของเรานั้นเป็นแค่การทำงานที่หวังในทางโลกมากขึ้น ซึ่งไม่แปลกถ้าการทำงานจะไม่บรรลุผลสำเร็จ เพราะอัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) จะไม่ยอมรับการงานประเภทนี้ การทำงานเพื่ออิสลามนั้นสิ่งที่ควรตระหนักเป็นอย่างยิ่งก็คือ จะต้องมีจุดมุ่งหมายเดียวเท่านั้น คือเพื่ออัลลอฮ และเป้าหมายคือทำให้อิสลามสูงส่ง ผมขอยกตัวอย่างใกล้ตัวมากที่สุด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=225&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย อัสรี บิน อับดุลรอฮมาน</p>
<p>มวลสรรเสริญทุกสรรพสิ่งเป็นสิทธิของอัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ผู้ทรงเมตตายิ่งและทรงรอบรู้ อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ได้ส่งมวลมนุษยชาติมาอยู่บนพื้นโลกไม่ใช่เหตุอื่นใดนอกจากการทำอิบาดะฮต่ออัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) และอามาลอิบาดะฮที่อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ทรงโปรดปรานก็เป็นอามาลที่ศอลิฮ และอามาลที่ศอลิฮนั้นก็มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอามาลที่เป็นวายิบ เช่น การละหมาด การถือศีลอด เป็นต้น และอามาลที่เป็นซุนนะฮ ที่ได้รับแบบอย่างจากท่านรอซูล (ศ็อลลัลลอฮ ฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ล้วนเป็นอามาลที่อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) โปรดปราน</p>
<p><span id="more-225"></span></p>
<p>แต่สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอให้พี่น้องได้รับทราบอีกแง่หนึ่ง ที่พี่น้องอาจจะนึกไม่ถึงว่านี้มันก็เป็นอามาลที่ศอลิฮ คืองานชมรม งานที่พี่น้องได้มีส่วนร่วมนั้น บางครั้งก็ไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพมากนัก เพราะเรานั้นขาดการตั้งจิตที่แน่วแน่ในการทำงาน ลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงในการทำงาน ขาดการตั้งเจตนาที่บริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ทำให้การงานของเรานั้นเป็นแค่การทำงานที่หวังในทางโลกมากขึ้น ซึ่งไม่แปลกถ้าการทำงานจะไม่บรรลุผลสำเร็จ เพราะอัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) จะไม่ยอมรับการงานประเภทนี้ การทำงานเพื่ออิสลามนั้นสิ่งที่ควรตระหนักเป็นอย่างยิ่งก็คือ จะต้องมีจุดมุ่งหมายเดียวเท่านั้น คือเพื่ออัลลอฮ และเป้าหมายคือทำให้อิสลามสูงส่ง</p>
<p>ผมขอยกตัวอย่างใกล้ตัวมากที่สุด ในชีวิตมหาวิทยาลัย ดูจะมีหน่วยงานเดียวที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานเพื่ออิสลาม คือชมรมมุสลิม ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ไปอีกก็จะมีเป็นกลุ่ม ที่แยกออกมาจากชมรม รับบทบาททำงานเพื่ออิสลามอีกกลุ่มหนึ่ง การที่กลุ่มแยกออกมาจากชมรมนั้นไม่ได้เกิดการขัดแย้งกัน แต่เพื่อความสะดวกในการทำงานมากขึ้น คนที่ทำงานเพื่ออิสลามนั้น หรือที่เรียกว่าดาอีย์ เรียกได้ว่า เป็นคนที่เสียสละมากๆ และมีความอดทนสูง เพราะทำงานเพื่ออิสลามนั้นเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้ตลอดทาง แต่เป็นเส้นทางที่จะต้องมีความอดทน และต้องยืนหยัดในความเป็นอัล อิสลาม ในการผ่านบททดสอบของอัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ซึ่งถ้าหากเรา คือคนทำงานอิสลาม ไม่สามารถผ่านบททดสอบที่อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ได้ทดสอบเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นแค่บททดสอบแค่บททดสอบเดียว นั้นก็หมายความว่าเรานั้นได้ทำหน้าที่ของเรายังไม่สมบูรณ์ ยังมีส่วนที่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่การงาน</p>
<p>ตรงจุดนี้ เราผู้ที่เป็นดาอีย์ คนที่ทำงานเพื่ออิสลามทั้งหลายนั้น จะต้องกลับมาสำรวจดูตัวเองว่าเรานี้ได้ทำอะไรที่อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ทรงห้าม เรานั้นได้ทำอะไรผิดอะไรต่ออัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) เราจะต้องกลับมาดูที่ตัวเราเองและกลับไปขออภัยต่ออัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) กับความผิดพลาดที่ผ่านมา และขอดุอาอต่ออัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ให้อัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) ทรงชี้เส้นทางที่เที่ยงตรงให้กับเราและคณะทำงาน เพื่อการทำงานเพื่ออิสลามในมหาวิทยาลัยของเรามีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น</p>
<p>ผมอยากเรียกร้องเชิญชวนพี่น้องร่วมศรัทธา ไม่คุณว่าจะทำอะไร ขอให้การกระทำของคุณอยู่ในกรอบของอิสลาม และการทำงานของคุณตั้งเจตนากับตัวเองให้ดี และบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ (ศุบฮานะฮุ วะตะอาลา) เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน เพื่อประชาชาติอิสลามกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง อินชาอัลลอฮ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/225/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/225/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/225/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/225/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/225/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/225/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/225/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/225/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/225/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/225/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/225/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/225/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/225/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/225/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=225&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/12/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ปฐมบท: วารสารและริซาละฮ์ ญุมอัต</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/31/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ae%e0%b9%8c-%e0%b8%8d%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/31/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ae%e0%b9%8c-%e0%b8%8d%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Mar 2011 12:07:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
				<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=378</guid>
		<description><![CDATA[โดย กองบรรณาธิการ หมายเหตุ บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารสลามมอวอลอ (เนื่องในโอกาสต้อนรับนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2553) “และจงให้มีขึ้นจากพวกเจ้า ซึ่งคณะหนึ่งที่เชิญชวนไปสู่ความดี และใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้กระทำสิ่งที่มิชอบ และชนเหล่านี้แหละพวกเขาคือผู้ที่ได้รับความสำเร็จ” (อาลิอิมรอน : 104) การทำงานเพื่อฟื้นฟูอิสลาม เป็นภารกิจที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับมุสลิมทุกคน และแน่นอนในสนามการทำงานอิสลามมีความจำเป็นที่จะต้องประกอบด้วยผู้คนที่มีความสามารถหลากหลาย และมีความถนัดที่แตกต่างกันออกไป จะขาดด้านหนึ่งด้านใดไปไม่ได้ และแน่นอนที่สุดการทำงานอิสลามจำเป็นที่จะต้องอาศัยการทำงานของผู้คน ที่ต้องอาศัยการทำงานเป็นญะมาอะฮ และในสังคมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แห่งนี้ ได้มีการรวมตัวกันของนักศึกษามุสลิมในการทำงานอิสลามภายใต้องค์กรที่ใช้ชื่อว่า ชมรมศาสนศึกษา แผนกอิสลาม หรือเรียกกันอย่างติดปากว่าชมรมมุสลิม ที่ทำหน้าที่ในการดูแล และพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของนักศึกษามุสลิมในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยที่มีการดำเนินกิจกรรมทั้งพิธีกรรมของอิสลาม และกิจกรรมเพื่อการเผยแพร่และการศึกษาอิสลาม การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชมรมนั้นได้มีหลากหลายรูปแบบ และเป็นกิจกรรมประจำปี หรือกิจกรรมที่มีการจัดขึ้นประจำสัปดาห์ อย่างเช่นการละหมาดญุมอัต การทำฮัลเกาะฮ หรือการจัดบรรยายธรรมประจำเดือน และโครงการต่างๆ ที่เราจะได้สัมผัสกันก่อนภายในวารสารเล่มนี้ ขออนุญาตแนะนำการทำงานของทีมงานวารสาร ซึ่งเป็นทีมที่ได้รับมอบหมายจากชมรมให้จัดทำวารสารเล่มนี้ขึ้นมา ซึ่งทีมงานนี้ได้ทำงานร่วมกับทางทีมวิทยุภายใต้ฝ่ายวิทยุและวารสาร เพื่อดูแลเกี่ยวกับกิจการสื่อเผยแพร่ของทางชมรมในส่วนของวิทยุนั้นได้มีการจัดรายการฮิกมะฮ วิทยปัญญาสู่มวลชนผู้ศรัทธาออกอากาศทุกวันศุกร์เวลา ห้าโมงเย็นถึงหกโมง และยังคงมีในส่วนของเราะมะฎอนเรดิโอ เป็นรายการพิเศษที่จัดขึ้นในช่วงเดือนเราะมะฎอนอีกด้วย โดยได้รับอนุเคราะห์สัญญาณเครื่อข่ายจากทางศูนย์การเรียนรู้วิทยุวลัยลักษณ์ 100.75 mHz และทีมงานวารสารมีหน้าที่ดูแลในสื่อสิ่งพิมพ์ของชมรมปัจจุบันงานหลักของทางฝ่ายได้แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ดังตัวอย่างข้างล่างนี้ 1.วารสารช่อประดู่แห่งอิสลาม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=378&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย กองบรรณาธิการ<br />
หมายเหตุ บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารสลามมอวอลอ (เนื่องในโอกาสต้อนรับนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2553)</p>
<p><a href="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/50313_127903847271561_5184327_n.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-423" title="50313_127903847271561_5184327_n" src="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/50313_127903847271561_5184327_n.jpg?w=150&#038;h=78" alt="" width="150" height="78" /></a></p>
<p>“และจงให้มีขึ้นจากพวกเจ้า ซึ่งคณะหนึ่งที่เชิญชวนไปสู่ความดี และใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้กระทำสิ่งที่มิชอบ และชนเหล่านี้แหละพวกเขาคือผู้ที่ได้รับความสำเร็จ” (อาลิอิมรอน : 104)</p>
<p>การทำงานเพื่อฟื้นฟูอิสลาม เป็นภารกิจที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับมุสลิมทุกคน และแน่นอนในสนามการทำงานอิสลามมีความจำเป็นที่จะต้องประกอบด้วยผู้คนที่มีความสามารถหลากหลาย และมีความถนัดที่แตกต่างกันออกไป  จะขาดด้านหนึ่งด้านใดไปไม่ได้ และแน่นอนที่สุดการทำงานอิสลามจำเป็นที่จะต้องอาศัยการทำงานของผู้คน ที่ต้องอาศัยการทำงานเป็นญะมาอะฮ</p>
<p><span id="more-378"></span></p>
<p>และในสังคมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แห่งนี้ ได้มีการรวมตัวกันของนักศึกษามุสลิมในการทำงานอิสลามภายใต้องค์กรที่ใช้ชื่อว่า ชมรมศาสนศึกษา แผนกอิสลาม หรือเรียกกันอย่างติดปากว่าชมรมมุสลิม ที่ทำหน้าที่ในการดูแล และพิทักษ์สิทธิประโยชน์ของนักศึกษามุสลิมในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยที่มีการดำเนินกิจกรรมทั้งพิธีกรรมของอิสลาม และกิจกรรมเพื่อการเผยแพร่และการศึกษาอิสลาม</p>
<p>การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชมรมนั้นได้มีหลากหลายรูปแบบ และเป็นกิจกรรมประจำปี หรือกิจกรรมที่มีการจัดขึ้นประจำสัปดาห์ อย่างเช่นการละหมาดญุมอัต การทำฮัลเกาะฮ หรือการจัดบรรยายธรรมประจำเดือน และโครงการต่างๆ ที่เราจะได้สัมผัสกันก่อนภายในวารสารเล่มนี้</p>
<p>ขออนุญาตแนะนำการทำงานของทีมงานวารสาร ซึ่งเป็นทีมที่ได้รับมอบหมายจากชมรมให้จัดทำวารสารเล่มนี้ขึ้นมา ซึ่งทีมงานนี้ได้ทำงานร่วมกับทางทีมวิทยุภายใต้ฝ่ายวิทยุและวารสาร เพื่อดูแลเกี่ยวกับกิจการสื่อเผยแพร่ของทางชมรมในส่วนของวิทยุนั้นได้มีการจัดรายการฮิกมะฮ วิทยปัญญาสู่มวลชนผู้ศรัทธาออกอากาศทุกวันศุกร์เวลา ห้าโมงเย็นถึงหกโมง และยังคงมีในส่วนของเราะมะฎอนเรดิโอ เป็นรายการพิเศษที่จัดขึ้นในช่วงเดือนเราะมะฎอนอีกด้วย โดยได้รับอนุเคราะห์สัญญาณเครื่อข่ายจากทางศูนย์การเรียนรู้วิทยุวลัยลักษณ์ 100.75 mHz</p>
<p>และทีมงานวารสารมีหน้าที่ดูแลในสื่อสิ่งพิมพ์ของชมรมปัจจุบันงานหลักของทางฝ่ายได้แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ดังตัวอย่างข้างล่างนี้</p>
<p>1.วารสารช่อประดู่แห่งอิสลาม  ซึ่งเป็นวารสารประจำชมรม ปัจจุบันมีวารสารช่อประดู่แห่งอิสลามออกเผยแพร่ไปแล้วทั้งสิ้น 6 ฉบับ และขณะนี้กำลังมีการดำเนินการในการจัดทำฉบับที่ 7</p>
<p>สำหรับส่วนประกอบ หรือเนื้อหาหลักภายในเล่มจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลาการทำงานของกองบรรณาธิการในแต่ละชุด ซึ่งจะมีการสับเปลี่ยนอยู่เป็นประจำในแต่ละปี ทางด้านคอนเซ็ปต์หลักของฉบับปัจจุบันคือ อิสลามวิถีชีวิตของมุสลิม เป็นการนำเรื่องราวหลายแง่มุมของการดำเนินชีวิตของมุสลิมรวมถึงการนำเรื่องราวที่มีความหลากหลายเข้ามารวมอยู่ภายในเล่มเดียวกัน นอกเหนือจากนั้นทางวารสารช่อประดู่แห่งอิสลาม เป็นวารสารจำหน่ายเพื่อการใช้จ่ายในสาธารณกุศล</p>
<p>2. ริซาละฮ ญุมอัต เป็น ริซาละฮรายสัปดาห์ หรือจดหมายวันศุกร์ ที่จัดทำโดยนักศึกษา แจกจ่ายทุกๆ วันศุกร์ (หลังละหมาดวันศุกร์) เป็นจุลสารที่ประกอบด้วยกระดาษแผ่นเดียว โดยเนื้อหาของริซาละฮฯ นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ความประเสริฐหรืออีบาดะฮภายในช่วงเวลานั้นๆ หรือเป็นเหตุการณ์ที่บุคคลทั่วไปให้ความสนใจอยู่ รวมไปถึงเป็นสื่อกลางระหว่างข่าวสารของชมรมฯ กับสมาชิกของชมรมฯ (เป็นเอกสารแจกฟรี)</p>
<p>3. วารสารหรือหนังสือประจำเทศกาล หรือโครงการต่างๆ ในแต่ละปีทางชมรมฯ จะมีการจัดกิจกรรมต่างขึ้น ซึ่งในบางกิจกรรมมีความจำเป็นต้องใช้หนังสือประกอบกิจกรรมของโครงการนั้นๆ เช่น ในเดือนเราะมะฎอน</p>
<p>ทั้งหมดนี้คือบางส่วนของการทำงานกิจกรรมของชมรม ซึ่งนอกจากนี้ยังมีฝ่ายงานต่างๆ อีกจำนวนมากเช่น ฝ่ายสถานที่ยานพาหนะและพัสดุ ฝ่ายกิจกรรมและวิชาการ ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายเว็บไซต์และอีกหลายฝ่ายที่ยังไม่ได้กล่าวนาม ที่ยังรอกำลังกายในการทำงานของกลุ่มนักศึกษามุสลิมในมหาวิทยาลัยแห่งนี้</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/378/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/378/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/378/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/378/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/378/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/378/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/378/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/378/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/378/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/378/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/378/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/378/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/378/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/378/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=378&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/31/%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ae%e0%b9%8c-%e0%b8%8d%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/50313_127903847271561_5184327_n.jpg?w=150" medium="image">
			<media:title type="html">50313_127903847271561_5184327_n</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความศรัทธา</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/31/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/31/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Mar 2011 04:51:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=354</guid>
		<description><![CDATA[โดย มูซัลมารณ &#160; กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมาชิกในชุมชนแห่งหนึ่งต่างมารวมตัวที่ลานทุ่งนาของหมู่บ้านเพื่อทำการละหมาดอิซติซกออ[1] บรรดามุสลีมีนทั้งหลายประกอบไปด้วยผู้นำทางศาสนาและผู้นำทางราชการ ต่างพร้อมใจกันออกมา ณ ลานทุ่งนาแห่งนี้ เนื่องเพราะปีนี้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้บรรดาเกษตรกรซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของชุมชนแห่งนี้ต่างเดือดร้อนกันไปถ้วนหน้า ในขณะที่อิหม่ามกำลังรอบรรดาสัปบุรุษทั้งหลายมารวมตัว เพื่อที่จะทำการชี้แจงถึงรายละเอียดการละหมาด ปรากฏมีชายคนหนึ่งที่ค่อนข้างจะยากจน เดินถือร่มร้ายๆ มาหนึ่งคัน ทุกสายตาของบรรดาผู้คนที่มารอละหมาด ต่างจับจ้องมายังที่ชายคนนั้น “ท่านพกร่มมาทำไม? จะบอกว่าไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนก็น่าแปลก เพราะปกติท่านไปไหนมาไหนก็ไม่เคยพกร่มมา” ชายคนนั้นตอบว่า “เปล่าหรอก&#8230; ฉันเชื่อว่า อินชาอัลลอฮ ฝนจะต้องตกลงมาด้วยกับประสงค์ของอัลลอฮ (ศุบฮฯ) ดังนั้นฉันจึงพกร่มมา ว่าแต่พวกท่านล่ะ ทำไมถึงไม่พกร่มมา?” นั่นคือ เรื่องเล่าขำขันเกี่ยวกับศาสนาที่ถูกเล่าต่อๆ กันมา วัลลอฮ ฮุ อะอลัม ท่านผู้อ่านทั้งหลายครับ&#8230; พวกท่านได้รับบทเรียนอะไรจากเรื่องเล่าข้างต้น ผมไม่ปฏิเสธนะครับว่าข้างบนมันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่า แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติความศรัทธาอย่างชัดเจน ไม่ได้ต้องการสื่อว่าบรรดาผู้ที่มารวมตัวละหมาดอิซติซกออ คือผู้ที่ไม่มีความศรัทธา แต่ระดับขั้นของการศรัทธาของแต่ละคนมันต่างกัน ถามตัวเองว่า ระดับขั้นของการศรัทธา ระดับขั้นของการเชื่อมั่นต่อสภาวการณ์ของอัลลอฮ (ศุบฮฯ) ของเรามีมากน้อยเพียงใด กับเวลาสิบสามปีที่เมืองมักกะฮ ท่านรอซูล (ศ็อลฯ) ได้พยายามปลูกความศรัทธาลงบนหัวใจของประชาชาติของท่าน และความศรัทธานี่แหละ ถือเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก เนื่องจากเราต้องเริ่มด้วยการปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากหัวใจและความนึกคิดของเรา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=354&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย มูซัลมารณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมาชิกในชุมชนแห่งหนึ่งต่างมารวมตัวที่ลานทุ่งนาของหมู่บ้านเพื่อทำการละหมาดอิซติซกออ[1] บรรดามุสลีมีนทั้งหลายประกอบไปด้วยผู้นำทางศาสนาและผู้นำทางราชการ ต่างพร้อมใจกันออกมา ณ ลานทุ่งนาแห่งนี้ เนื่องเพราะปีนี้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้บรรดาเกษตรกรซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของชุมชนแห่งนี้ต่างเดือดร้อนกันไปถ้วนหน้า</p>
<p>ในขณะที่อิหม่ามกำลังรอบรรดาสัปบุรุษทั้งหลายมารวมตัว เพื่อที่จะทำการชี้แจงถึงรายละเอียดการละหมาด ปรากฏมีชายคนหนึ่งที่ค่อนข้างจะยากจน เดินถือร่มร้ายๆ มาหนึ่งคัน ทุกสายตาของบรรดาผู้คนที่มารอละหมาด ต่างจับจ้องมายังที่ชายคนนั้น</p>
<p><span id="more-354"></span></p>
<p>“ท่านพกร่มมาทำไม? จะบอกว่าไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนก็น่าแปลก เพราะปกติท่านไปไหนมาไหนก็ไม่เคยพกร่มมา” ชายคนนั้นตอบว่า “เปล่าหรอก&#8230; ฉันเชื่อว่า อินชาอัลลอฮ ฝนจะต้องตกลงมาด้วยกับประสงค์ของอัลลอฮ (ศุบฮฯ) ดังนั้นฉันจึงพกร่มมา ว่าแต่พวกท่านล่ะ ทำไมถึงไม่พกร่มมา?”</p>
<p>นั่นคือ เรื่องเล่าขำขันเกี่ยวกับศาสนาที่ถูกเล่าต่อๆ กันมา วัลลอฮ ฮุ อะอลัม</p>
<p>ท่านผู้อ่านทั้งหลายครับ&#8230; พวกท่านได้รับบทเรียนอะไรจากเรื่องเล่าข้างต้น ผมไม่ปฏิเสธนะครับว่าข้างบนมันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่า แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติความศรัทธาอย่างชัดเจน ไม่ได้ต้องการสื่อว่าบรรดาผู้ที่มารวมตัวละหมาดอิซติซกออ คือผู้ที่ไม่มีความศรัทธา แต่ระดับขั้นของการศรัทธาของแต่ละคนมันต่างกัน</p>
<p>ถามตัวเองว่า ระดับขั้นของการศรัทธา ระดับขั้นของการเชื่อมั่นต่อสภาวการณ์ของอัลลอฮ (ศุบฮฯ) ของเรามีมากน้อยเพียงใด กับเวลาสิบสามปีที่เมืองมักกะฮ ท่านรอซูล (ศ็อลฯ) ได้พยายามปลูกความศรัทธาลงบนหัวใจของประชาชาติของท่าน และความศรัทธานี่แหละ ถือเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก เนื่องจากเราต้องเริ่มด้วยการปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากหัวใจและความนึกคิดของเรา แล้วค่อยนำเอาความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ (ศุบฮฯ) เข้าประทับให้ตรึงจิต</p>
<p>ณ ปัจจุบัน วิกฤติของความศรัทธาของเราทั้งหลาย เริ่มสั่นคลอน เพราะอะไรล่ะ? เพราะเราไม่ตระหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์สึนามิมากระนั้นหรือ ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์แบบซานติก้าผับกระนั้นหรือ ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟเมอราปีปะทุขึ้นมากระนั้นหรือ เราถึงจะสำนึก</p>
<p>โอ้ผู้เป็นดั่งความหวังแห่งประชาชาติ เพียงพอแล้วหรือยังกับเหตุการณ์ที่ประสบกับเราในทุกๆ วัน ที่ทำให้เราต้องกลับมาคิด ใคร่ครวญ และปฏิบัติเกี่ยวกับความศรัทธา อย่าเข้าใจผิดนะครับว่า ศรัทธาอยู่ที่ใจเพียงอย่างเดียว แต่การศรัทธาของผู้ศรัทธา ต้องเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมจากหัวใจและความคิด เปล่งเสียงออกมาด้วยวาจา และแสดงออกถึงท่าทางแห่งการปฏิบัติ เพื่ออัลลอฮ (ศุบฮฯ) นั่นคือ การศรัทธา แบบฉบับของผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง วัลลอฮ ฮุ อะอลัม</p>
<p>[1] การละหมาดอิซติซกออ คือ การดุอาอเพื่อขอฝนจากอัลลอฮฺ (ศุบฮฯ) ด้วยลักษณะที่เฉพาะ เป็นสุนัตมุอักกะดะฮฺ  ละหมาดได้ทุกเวลานอกจากเวลาห้ามละหมาดและที่ดีที่สุดคือให้ละหมาดหลังจากตะวันขึ้นเท่าด้ามหอก</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/354/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/354/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/354/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/354/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/354/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/354/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/354/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/354/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/354/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/354/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/354/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/354/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/354/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/354/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=354&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/31/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อัลอิควานุล มุสลีมูน กับการฟื้นฟูอิสลามภายใต้การนำของเชคหะซัน อัลบันนา</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2011 10:33:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=368</guid>
		<description><![CDATA[โดย อัซซาบาวีย์ ในช่วงต้นศตวรรษที่  20  โลกอิสลามได้เผชิญอยู่กับความตกต่ำขั้นรุนแรง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้มสลายของจักรวรรดอุษมานียะห ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของโลกอิสลามในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมกับการที่ดินแดนบริเวณตะวันออกกลางที่เคยเป็นบริเวณของอาณาจักรอุษมานียะห์ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของประเทศยุโรป ทั้งในรูปแบบของอาณานิคมและรัฐอารักขา  การที่ตกเป็นอาณานิคมในครั้งนั้นส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อชาวมุสลิมเป็นอย่างมาก  และมีความพยายามที่จะนำระบอบอิสลามกลับคืนสู่การเมืองอีกครั้ง  องค์กรหรือขบวนการที่มีการทำงานในลักษณะเช่นนี้ที่มีความชัดเจนมาก หากไม่ได้กล่าวถึง ขบวนการอิควานุล มุสลิมีน ที่เป็นองค์กรเกิดขึ้นมาจากความพยายามชูอิสลามเหนือสิ่งอื่นๆ ทางผู้เขียนจึงขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับขบวนการดังกล่าวโดยสังเขปในช่วงเวลาของผู้นำท่านแรกก็คือ เชคหะซัน อัลบันนา ขบวนการอิควานุล มุสลีมูนถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงปี  ค.ศ. 1928  โดยแกนนำผู้ก่อตั้งคนสำคัญนั่นคือ เชคหะซัน อัล บันนา เชคหะซัน อัลบันนา  เกิดเมื่อวันที่  17 ตุลาคม 1906  ที่ประเทศอียิปต์  เป็นบุตรของเชคอะหมัด อับดุรเราะหฺมาน อัลบันนา  ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในสังคมอียิปต์  ทางด้านของการศึกษาท่านได้ศึกษาวิชาทางด้านศาสนาและภาษาอาหรับในขณะที่อยู่ชั้นประถม และได้ศึกษาต่อในโรงเรียนอัรรอซาต อัดดีนียะหฺ ในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนดังกล่าวนี้เอง ภาวะของการเป็นผู้นำ และนักเคลื่อนไหวทางด้านของอิสลามได้ปรากฏขึ้น  ท่านได้รับการคัดเลือกเป็นประธานชมรมจริยธรรมของโรงเรียน  และหลังจากนั้นท่านได้ร่วมมือกับเพื่อนๆ  ก่อตั้งชมรมยับยั้งการกระทำสิ่งต้องห้าม โดยเจตนารมณ์ของชมรมดังกล่าวได้มีเป้าหมายในการเชิญชวนผู้คนให้ดำเนินชีวิตตามวิถีของศาสนา และการละทิ้งในสิ่งที่ศาสนาได้ห้าม  โดยในการเชิญชวนการใช้ชีวิตตามวิถีแห่งอิสลามนั้น ท่านไม่ได้ประกาศเชิญชวนใบบริเวณมัสญิดหรือแท่นแสดงธรรมเพียงอย่างเดียว  ท่านใช้เวลาบางส่วนในการเผยแพร่แนวคิดและศาสนาอิสลามตามบริเวณร้านน้ำชารวมไปถึงผับบาร์สถานที่ที่มีผู้คนหลงระเริงไปกับแสงสีเสียงของโลก จนทำให้ลืมหน้าที่ที่แท้จริงในศาสนาอิสลาม ท่านได้รับการสนับสนุนในการแสวงหาวิชาความรู้จากครอบครัวของท่าน กระทั่งในวัย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=368&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย อัซซาบาวีย์</p>
<p><a href="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/1305-3122009104758-15204.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-370" title="1305-3122009104758-15204" src="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/1305-3122009104758-15204.jpg?w=150&#038;h=150" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p>ในช่วงต้นศตวรรษที่  20  โลกอิสลามได้เผชิญอยู่กับความตกต่ำขั้นรุนแรง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้มสลายของจักรวรรดอุษมานียะห ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของโลกอิสลามในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมกับการที่ดินแดนบริเวณตะวันออกกลางที่เคยเป็นบริเวณของอาณาจักรอุษมานียะห์ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของประเทศยุโรป ทั้งในรูปแบบของอาณานิคมและรัฐอารักขา  การที่ตกเป็นอาณานิคมในครั้งนั้นส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อชาวมุสลิมเป็นอย่างมาก  และมีความพยายามที่จะนำระบอบอิสลามกลับคืนสู่การเมืองอีกครั้ง  องค์กรหรือขบวนการที่มีการทำงานในลักษณะเช่นนี้ที่มีความชัดเจนมาก หากไม่ได้กล่าวถึง ขบวนการอิควานุล มุสลิมีน ที่เป็นองค์กรเกิดขึ้นมาจากความพยายามชูอิสลามเหนือสิ่งอื่นๆ ทางผู้เขียนจึงขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับขบวนการดังกล่าวโดยสังเขปในช่วงเวลาของผู้นำท่านแรกก็คือ เชคหะซัน อัลบันนา</p>
<p><span id="more-368"></span></p>
<p>ขบวนการอิควานุล มุสลีมูนถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงปี  ค.ศ. 1928  โดยแกนนำผู้ก่อตั้งคนสำคัญนั่นคือ เชคหะซัน อัล บันนา</p>
<p>เชคหะซัน อัลบันนา  เกิดเมื่อวันที่  17 ตุลาคม 1906  ที่ประเทศอียิปต์  เป็นบุตรของเชคอะหมัด อับดุรเราะหฺมาน อัลบันนา  ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในสังคมอียิปต์  ทางด้านของการศึกษาท่านได้ศึกษาวิชาทางด้านศาสนาและภาษาอาหรับในขณะที่อยู่ชั้นประถม และได้ศึกษาต่อในโรงเรียนอัรรอซาต อัดดีนียะหฺ ในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนดังกล่าวนี้เอง ภาวะของการเป็นผู้นำ และนักเคลื่อนไหวทางด้านของอิสลามได้ปรากฏขึ้น  ท่านได้รับการคัดเลือกเป็นประธานชมรมจริยธรรมของโรงเรียน  และหลังจากนั้นท่านได้ร่วมมือกับเพื่อนๆ  ก่อตั้งชมรมยับยั้งการกระทำสิ่งต้องห้าม โดยเจตนารมณ์ของชมรมดังกล่าวได้มีเป้าหมายในการเชิญชวนผู้คนให้ดำเนินชีวิตตามวิถีของศาสนา และการละทิ้งในสิ่งที่ศาสนาได้ห้าม  โดยในการเชิญชวนการใช้ชีวิตตามวิถีแห่งอิสลามนั้น ท่านไม่ได้ประกาศเชิญชวนใบบริเวณมัสญิดหรือแท่นแสดงธรรมเพียงอย่างเดียว  ท่านใช้เวลาบางส่วนในการเผยแพร่แนวคิดและศาสนาอิสลามตามบริเวณร้านน้ำชารวมไปถึงผับบาร์สถานที่ที่มีผู้คนหลงระเริงไปกับแสงสีเสียงของโลก จนทำให้ลืมหน้าที่ที่แท้จริงในศาสนาอิสลาม</p>
<p>ท่านได้รับการสนับสนุนในการแสวงหาวิชาความรู้จากครอบครัวของท่าน กระทั่งในวัย 16 ปี  บิดาของท่านได้ส่งให้ไปศึกษาต่อยังโรงเรียนดารุล อูโลม  ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูในกรุงไคโร  ในช่วงเวลาที่กำลังศึกษาอยู่นั้นเองท่านได้เผชิญอยู่กับความเหลวแหลกในสังคมของอียิปต์ในขณะนั้น  แนวคิดหรือความคิดแปลกแยกที่ให้ร้ายต่อหลักธรรมของศาสนาได้ถูกเผยแพร่อย่างมากมาย  งานเขียนต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลานั้นไม่ว่าจะเป็น บทกวีก่อนอิสลาม (One Preislamic Poetry)  ที่เขียนขึ้นโดย ดร.ฏอฮา  ฮุสซัยน์ (Toha Husain)  โดยเนื้อหาของหนังสือดังกล่าวพยายามที่จะสร้างความผิดเพี้ยนต่อการอรรถาธิบายคัมภีร์กุรอ่าน รวมไปถึงงานเขียนของรอซิกคือ อิสลามและหลักการของรัฐบาล (Islam and the Principles Government) โดยหนังสือเล่มดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ลัทธิชาตินิยมแบบเซคคิวลาร์ เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อในมุสลิมหันมาดำเนินชีวิตโดยการแยกศาสนาออกจากการเมือง  และอีกหลายครั้งที่มีหนังสือพิมพ์ของอียิปต์เองที่มีการสนับสนุนให้อียิปต์เปลี่ยนแปลงไปตามยุโรป  เฉกเช่นเดียวกันกับที่ประเทศตุรกีได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว  เชคฮาซันได้สำเร็จการศึการะดับปริญญาตรี ณ สถาบันแห่งนี้ในปี ค.ศ. 1927  และหลังจากนั้นก็ได้รับการบรรจุเป็นครูสอนภาษาอาหรับ ณ มัดรอซะฮฺ อัลอิบติดาอียะหฺ อัลอะมารียะหฺ  ในจังหวัดอิสมาอีลียะหฺ</p>
<p>ภายหลังที่ก่อตั้งสมาคมได้ระยะหนึ่ง  เชคหะซันได้นำสมาคมนี้เข้าสู้เส้นทางทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด  โดยเริ่มที่จะขยายอิทธิพลแนวคิดทางการเมืองของกลุ่มตนเอง มีการเผยแพร่บทความต่างๆที่เกี่ยวข้องกับด้านศาสนาและสังคม รวมไปถึงการออกอากาศผ่านทางรายการวิทยุ  มีการเดินทางปราศรัยตามสถานที่ต่างๆ  หลังจากที่สามารถรวบรวมมวลชนไว้ได้ในระดับหนึ่ง เชคหะซันเริ่มที่จะส่งหนังสือไปยังกษัตริย์  นายกรัฐมนตรี และชนชั้นนำในการปกครองประเทศอียิปต์ในขณะนั้น  รวมไปถึงกษัตริย์และผู้นำทางการเมืองประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศมุสลิมอื่นๆ  โดยสาระสคัญของหนังสือที่เชคหะซันส่งไปก็คือ มีการเรียกร้องให้บรรดาชาติเหล่านั้นให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามวิถีแห่งอิสลามในการดำเนินชีวิต ทั้งในการใช้ระบอบการเมือง เศรษฐกิจ และกฏหมายของอิสลาม</p>
<p>ดังนั้นในรูปแบบความคิดทางการเมืองของสมาคมนี้ ได้ชูความเป็นอิสลามเหนือการเมืองรูปแบบอื่นๆ ที่ต่างออกไป  ซึ่งสมาคมได้ถือว่ากิจการของอิสลามได้เข้าครอบคลุมทุกวิถีการปฏิบัติทุกชนิดของมนุษย์ ทางสมาคมจึงได้เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างจริงจังภายใต้คำประกาศของกลุ่มที่มีใจความอยู่ว่า  “เราขอเรียกร้องท่านสู่อิสลาม ตามคำสอนของอิสลาม กฏเกณฑ์ของอิสลาม ทางนำของอิสลาม หากว่าสิ่งนี้เป็นการเมืองสำหรับท่านแล้ว นี่ก็เป็นการเมืองของเราเช่นกัน”  ความคิดทางการเมืองของสมาคมจึงต่อต้านความคิดของเซคคิวลาร์  ที่พยายามจะแบ่งแยกกันระหว่างศาสนากับการเมือง  ความคิดดังกล่าวไม่ได้ให้ความสำคัญต่ออิสลาม  ฉะนั้นควรที่จะล้มเลิกการจัดตั้งรัฐแบบเซคคิวลาร์</p>
<p>เชคหะซัน ได้กล่าวว่าในการสถาปนารัฐอิสลาม มีความจำเป็นอยู่สามประการคือ 1. หลักการอิสลาม 2. ความเป็นเอกภาพของชาติ และ 3. รัฐบาลอิสลาม</p>
<p>1. หลักการอิสลาม  แนวคิดของทางสมาคมที่มีต่อหลักศรัทธานั้นมีความเชื่อว่า อิสลามคือหลักศรัทธาที่จะควบคุมและครอบครองแนวชีวิตของมุสลิม และเป็นแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมในกิจกรรมต่างๆในชีวิตของมุสลิม ทางสมาคมได้เรียกร้องสู่การก่อตั้งรัฐอิสลามเพื่อเป็นผลในการให้คำดำรัสของอัลลอฮฺสูงส่งในโลกนี้ เชคหะซัน อธิบายวัตถุประสงค์ข้างต้นโดยกล่าวว่า “อิสลามนั้นเป็นอิบาดะฮฺ กิยาดะฮฺ  และดีน  อิสลามเป็นรัฐบาลและจิตวิญญาณ เป็นข้อปฏิบัติ เป็นการละหมาด เป็นญิฮาด(ต่อสู้ดิ้นรน) เป็นการเชื่อฟัง เป็นการปกครอง เป็นอัลกุรอานและดาบ ไม่มีการแยกแยะระหว่างสิ่งดังกล่าว”</p>
<p>2. ความเป็นเอกภาพของชาติ  ในข้อดังกล่าวทางสมาคมได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องของเอกภาพ  พวกเขาเหล่านั้นได้ทุ่มเทการทำงานเพื่อความเป็นเอกภาพของอิสลาม  และต้องเกิดเอกภาพกันระหว่างกลุ่มคนมุสลิม  ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้มีการกล่าวโจมตีต่อลัทธิจักรวรรดินิยมเป็นอย่างมาก สาเหตุเพราะว่าลัทธิได้กล่าวได้สร้างเส้นแบ่งคนซึ่งมีพื้นฐานในลักษณะต่างๆ ที่มีความคล้ายคลึงกันทั้งทั้งทางด้าน ชาติพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรม  และศาสนาอิสลาม  ซึ่งการแบ่งแยกผู้คนต่างๆ ออกจากกันนั้นทำให้สังคมมุสลิมขาดเอกภาพ  รวมไปถึงความเชื่อของกลุ่มที่ว่ามาตุภูมิของอิสลามไม่สามารถแบ่งแยกออกจากกันได้ และภายในสังคมอิสลามนั้นมีการเรียกร้องให้มุสลิมคัดเลือกผู้นำเพื่อให้มาปกครองมุสลิมด้วยกันเอง  อีกทั้งทางสมาคมยังคงมีการคัดค้านการเมืองที่มีพรรคการเมือง เพราะพวกเขามองว่าการมีพรรคการเมืองย่อมที่จะสร้างความขัดแย้งและแก่งแย่งกันระหว่างพรรค ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้การเมืองนั้นขาดเอกภาพ</p>
<p>3. รัฐบาลอิสลาม  ทางด้านรัฐบาลที่จะมาปกครองประเทศมุสลิม  โดยเฉพาะประเทสอียิปต์ที่ทางสมาคมได้เสนอรัฐบาล เพราะเชคหะซันไม่ยอมรับเงื่อนไขการแบ่งแยกศาสนากับการเมืองที่สังคมอียิปต์กำลังเป็นอยู่ในขณะนั้น  โดยการมีรัฐบาลอิสลามต้องมีความสัมพันธ์กับรัฐทางศาสนา รัฐบาลที่ไม่ได้วางอยู่บนหลักการอิสลามมิใช่รัฐบาลสำหรับชาวมุสลิม</p>
<p>จากการที่มีนโยบายในการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐอิสลามขึ้นบนแผ่นดิน  และมีจุดยืนที่แน่วแน่การกระทำดังกล่าวเหล่านั้นได้ทำให้เกิดการขัดผลประโยชน์ต่อชนชั้นปกครอง รวมไปถึงความหวาดระแวงของชนชั้นปกครองที่เกรงว่าสมาคมของเชคหะซันจะเข้ามามีอำนาจทางการเมืองเหนือตนเอง  พวกเขาจึงพยายามที่จะกำจัดสมาคมนี้  โดยในเดือนธันวาคมปี 1948 ทางการอียิปต์ได้ประกาศว่าสมาคมภารดร มุสลิมเป็นสมาคมต้องห้ามเป็นผลให้เกิดการกวาดล้างสมาชิกของสมาคมเป็นจำนวนกว่าพันมาก  และถัดจากนั้นอีก 2 เดือนเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้นนั่นคือ การสูญเสียเชคหะซัน จากการลอบสังหาร</p>
<p>แม้ว่าจะสูญเสียเชคหะซันจากการลอบสังหาร ทางสมาคมไม่ได้ยุติบทบาทลงเพียงแค่นั้น ยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง  ปัจจุบันทางสมาคมภราดรภาพแห่งอิสลาม ยังคงมีบทบาทสูงภายในสังคมของอียิปต์ แต่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางสมาคมมีอิทธิพลสูงมากเสมือนกับฝ่ายค้านนอกสภาของอียิปต์  แม้ว่าจะถูกต่อต้านจากอำนาจเผด็จการของรัฐที่คอยกดไม่ให้ทางสมาคมดำเนินกิจการได้สะดวก</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง และบทความอ่านเพิ่มเติม</p>
<p>จรัญ มะลูลีม.เอเชียตะวันตกศึกษา : ภาพรวมทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.</p>
<p>มานิอฺ บินฮามิด อัลญุฮานีย์  เขียน. ริฎอ อะหมัด สมะดี แปล. สารานุกรมศาสนา แนวคิดและกลุ่มต่างๆในปัจจุบัน.</p>
<p>มัรยัม ญะมีละฮ เขียน ; บรรจง บินกาซัน แปล.ขบวนการฟื้นฟูอิสลาม.</p>
<p>มุนีร มูฮัมมัด. “ชีวประวัติท่านอิหม่ามหะซัน อัลบันนา ผู้ก่อตั้งกลุ่มอัลอิควานิลมุสลิมีน.” ใน เอก</p>
<p>สารอัลอิศลาห์ ปีที่ 74 อันดับที่ 333-335  กรกฎาคม 2541</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/368/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/368/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/368/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/368/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/368/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/368/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/368/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/368/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/368/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/368/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/368/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/368/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/368/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/368/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=368&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a5-%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/1305-3122009104758-15204.jpg?w=150" medium="image">
			<media:title type="html">1305-3122009104758-15204</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เวลา&#8230;&#8230;&#8230;..โอกาส</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2011 10:30:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=364</guid>
		<description><![CDATA[โดย อัล ฟาลาซี่ ในที่สุดช่วงเวลาที่ใครหลายๆคนต่างก็บอกว่าสนุกที่สุด ท้าทายที่สุด ตื่นเต้นที่สุดและอีกมากมายที่บรรยายและยาวเป็นห่างว่าวก็ได้มาถึงแล้ว และคุณได้คิดทำอะไรที่มันสนุก ท้าทาย ตื่นเต้น แล้วหรือยัง ถ้าคุณคิดที่จะทำมันก็ไม่ผิดหรอกเพราะ มันเป็นสิทธิของคุณที่คุณจะทำอะไรกับชีวิตของคุณที่มีแค่ครั้งเดียว ใช่! ถ้าสิ่งที่คุณคิดที่จะทำนั้นเป็นสิ่งที่ศาสนาอนุญาต อย่าลืมนะครับ ว่าเราเป็นใคร เคยถามตัวเองไหม เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่ใช้ชีวิตไปวันๆแค่นี่ หรือยังไงอีก เรียน ทำงาน เก็บเงิน แต่งงาน มีลูก แก่ ตาย จบ ดูเหมือนจบอย่างสวยงามนะว่าไหม แต่การเกิดมาได้ชื่อว่าเป็นมุสลิมแล้วมันมากกว่านั้น ยิ่งใหญ่กว่านั้น ท้าทายกว่านั้น ยิ่งไปกว่าอีกกับการอยู่ในช่วงที่เรียกว่าชาบาบ ชาบาบะฮ วัยรุ่นมุสลิมที่มีภาระหน้าที่ใหญ่หลวงในการฟื้นฟูอิสลาม ทำไมเคยคิดไหมว่าทำไมถึงเป็นภาระหน้าที่ของชาบาบ ชาบาบะฮ ? เหตุผลหนึ่งที่จะตอบคำถามนี่ คือ ช่วงเวลานี่มีสองอย่างที่อัลลอฮ (ซุบฮานาฮู วาตาอาลา) ได้ให้เป็นนิอมัต(ความโปรดปราน)แก่ช่วงเวลานี่ คือ การมีสุขภาพดี และเวลาว่าง เคยคิดไหม? นี่เป็นความโปรดปรานที่อัลลอฮ(ซุบฮานาฮุ วาตาอาลา) ประทานมาแก่ ชาบาบ แต่คุณได้หลงลืมไปแล้วใช่ไหม คุณได้ปล่อยเวลาว่างของคุณไปกับสิ่งที่ไร้สาระใช่ไหม อะไรละที่ไรสาระ ก็สิ่งที่ทำให้คุณนั้นหลงลืม ทำให้ขาดความกระชับกะเฉ่ง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=364&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย อัล ฟาลาซี่</p>
<p><a href="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/55739886qt8.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-367" title="55739886qt8" src="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/55739886qt8.jpg?w=150&#038;h=130" alt="" width="150" height="130" /></a></p>
<p>ในที่สุดช่วงเวลาที่ใครหลายๆคนต่างก็บอกว่าสนุกที่สุด ท้าทายที่สุด ตื่นเต้นที่สุดและอีกมากมายที่บรรยายและยาวเป็นห่างว่าวก็ได้มาถึงแล้ว และคุณได้คิดทำอะไรที่มันสนุก ท้าทาย ตื่นเต้น แล้วหรือยัง ถ้าคุณคิดที่จะทำมันก็ไม่ผิดหรอกเพราะ มันเป็นสิทธิของคุณที่คุณจะทำอะไรกับชีวิตของคุณที่มีแค่ครั้งเดียว ใช่! ถ้าสิ่งที่คุณคิดที่จะทำนั้นเป็นสิ่งที่ศาสนาอนุญาต อย่าลืมนะครับ ว่าเราเป็นใคร เคยถามตัวเองไหม เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่ใช้ชีวิตไปวันๆแค่นี่ หรือยังไงอีก เรียน ทำงาน เก็บเงิน แต่งงาน มีลูก แก่ ตาย จบ ดูเหมือนจบอย่างสวยงามนะว่าไหม</p>
<p>แต่การเกิดมาได้ชื่อว่าเป็นมุสลิมแล้วมันมากกว่านั้น ยิ่งใหญ่กว่านั้น ท้าทายกว่านั้น ยิ่งไปกว่าอีกกับการอยู่ในช่วงที่เรียกว่าชาบาบ ชาบาบะฮ วัยรุ่นมุสลิมที่มีภาระหน้าที่ใหญ่หลวงในการฟื้นฟูอิสลาม ทำไมเคยคิดไหมว่าทำไมถึงเป็นภาระหน้าที่ของชาบาบ ชาบาบะฮ ? เหตุผลหนึ่งที่จะตอบคำถามนี่ คือ ช่วงเวลานี่มีสองอย่างที่อัลลอฮ (ซุบฮานาฮู วาตาอาลา) ได้ให้เป็นนิอมัต(ความโปรดปราน)แก่ช่วงเวลานี่ คือ การมีสุขภาพดี และเวลาว่าง เคยคิดไหม?</p>
<p><span id="more-364"></span></p>
<p>นี่เป็นความโปรดปรานที่อัลลอฮ(ซุบฮานาฮุ วาตาอาลา) ประทานมาแก่ ชาบาบ แต่คุณได้หลงลืมไปแล้วใช่ไหม คุณได้ปล่อยเวลาว่างของคุณไปกับสิ่งที่ไร้สาระใช่ไหม อะไรละที่ไรสาระ ก็สิ่งที่ทำให้คุณนั้นหลงลืม ทำให้ขาดความกระชับกะเฉ่ง ชวนทำอีบาดะฮ ก็ว่าเดียวก่อน และร่างกายที่แข็งแรงของคุณนั้น ได้ทำอะไรที่เป็นการฟื้นฟูศาสนาบ้าง ไม่เป็นการฟื้นฟูแล้วไปทำอะไรที่ทำให้ศาสนาตกต่ำหรือเปล่า เคยมานั่งถามตัวเองไหม?  ยังไม่สายที่จะเปลี่ยน หากคุณพร้อมที่จะเปิดใจ มองอย่างมีวิสัยทัศน์ ที่พร้อมและเต็มใจที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ยอมจำนนต่ออัลลอฮ(ซุบฮานาฮุ วาตาอาลา) และมีจิตที่จะเรียกร้องพี่น้องของเราให้ตระหนักถึงหน้าที่ในหน้าแผ่นดินนี่ในถานะมุอมินผู้ศรัทธา จงให้กับความสำคัญกับคำที่ว่า คุณจะไม่ได้เขาสวนสวรรค์ หากคุณยังไม่ได้ตอบคำถามที่อัลลอฮ(ซุบฮานาฮุ วาตาอาลา) ทรงถามว่าในช่วงเวลาหนุ่มสาวของคุณนั้นได้ทำอะไรไปบ้าง ถ้าหากถาม ณ เวลานี่บางคนตอบออกมายังไม่เต็มใจที่จะตอบเลย ทำไม? เพราะ วันๆที่ผ่านไปนั้นแทบจะไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย บางวันที่ว่างก็บ่นเซ้ง เบื่อ นั่งเครียด สุดท้ายก็นอน และก็มีจำนวนหนึ่งตอบออกมา ได้ทำนั้นทำนี่ เวลาของเขาไม่ได้ปล่อยไปโดยไร้ประโยชน์ เขาได้ทำอะไรไปบ้างแล้วก็อัลฮัมดุลิลลาฮ จงมุ่งมั่น ตั้งใจทำต่อไป ให้ดีขึ้นไปอีก บางครั้งมันก็ไม่ได้วัดกันที่ผลงานที่ออกมา แต่ขอให้การกระทำของเรานั้นมีการนียัตที่อิคลาศจริงๆ อินชาอัลอฮ อัลลอฮ(ซุบฮานาฮุ วาตาอาลา)ทรงมองเห็นการทำงานดะวะฮของเรา จงเชื่อว่าเราจะไม่เปล่าประโยชน์แน่นอนหากคุณอิคลาศจริงๆ ตอนนี่คุณก็รู้ถึงสถานะของคุณแล้วว่าคุณนั้นอยู่ระดับไหน คุณยังโชคดีที่คุณยังมีเวลาที่จะไปแก้ไขในอนาคต กับสิ่งที่ผิดพลาดไปในอดีต มีจำนวนไม่น้อยที่เขาไม่มีโอกาสตรงนี้ รู้ตัวก็สายไปแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้อีกแล้ว และต้องมารับผลที่เขาได้ละเลยในตอนที่ยังมีเวลา ผลนั้นก็คือการลงโทษของอัลลอฮ(ซุบฮานาฮุ วาตาลา)</p>
<p>ลองคิดให้ดีนะครับ โอกาสที่เราจะกลับมานั้นเปิดอยู่ตลอด ขอแค่คุณเปิดใจที่จะรับมัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ตอนนี่ใกล้ปีใกล้ปีใหม่หรือปีใหม่แล้วก็ตาม ช่วงเวลานี่เหมาะมากๆในการที่จะมาเริ่มต้นใหม่ เพราะปีใหม่คือฮิจเราะฮใหม่ เรานั้นได้ฮิจเราะฮเปรียบเสมือน ในสมัยท่านนบีมุฮัมหมัด(ซอลลอลอฮ ฮุ อาลัยฮิวาซัลลาม) ตอนที่เขาได้ฮิจเราะฮจากมักกะฮสู่มาดีนะฮ ท่านได้หนีดินแดนที่เรียกว่า ญาฮิลลีญะฮ มาสู่ดินแดนใหม่เพื่อที่จะดะวะฮ นี่เป็นเหตุการณ์ที่เรามุอมินผู้ศรัทธาน่าจะมาคิดว่าหนึ่งปีและอีกหลายๆปีที่ผ่านมาว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง และปีใหม่ที่จะถึงนี่หรือปีนี่เราคิดที่ทำอะไรบ้างเพื่อที่จะไปแก้ไขในส่วนที่ผิดพลาดในปีที่ผ่านมา โอกาสนั้นมีตลอดตราบเรานั้นยังหายใจ และนี้ก็เป็นโอกาสหนึ่งที่เหมาะมากๆ จงอย่าปล่อยโอกาสนี่ไปโดยที่คุณนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย คิดสักนิด เพื่อตัวเราและประชาชาติอิสลาม</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/364/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/364/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/364/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/364/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/364/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/364/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/364/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/364/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/364/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/364/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/364/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/364/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/364/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/364/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=364&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/55739886qt8.jpg?w=150" medium="image">
			<media:title type="html">55739886qt8</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>จุดไฟให้จิตใจแล้วร่างกายจะลุกโชน</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2011 10:18:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=362</guid>
		<description><![CDATA[โดย  IBNUNIZAR ขอเริ่มต้นด้วย บิสมิลลาฮิรเราะห์มานิรรอฮีม  ขอความมีสติจงอยู่ทุกท่าน   การใคร่ครวญ ไตร่ตรอง การตระหนักและรำลึกถึงจุดมุ่งหมายอยู่เสมอนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการปฏิรูปตนเองและเรียกร้องผู้อื่นไปสู่หนทางที่เที่ยงตรง  สัจจะหรือความจริง คำพูดจะมีน้ำหนักได้ถ้าถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีสัจจะ ซึ่งต้องสอดคล้องกับการกระทำที่ดี นั้นคือการกระทำกลายเป็นผลสรุปของคำพูด การพูดที่มีสัจจะจึงกลายเป็นวิธีหนึ่งของการเชิญชวน และยิ่งคำพูดมีสัจจะมากเท่าไหร่ ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นของผู้อื่นต่อตัวผู้พูดก็ยิ่งเพิ่มพูน และความไว้วางใจจะสร้างความเชื่อถือให้แก่คำพูดที่ได้พูดไป มันก็จะไปทบเสริมกับสัจจะ นี่กระบวนการที่เป็นกระบวนการสำคัญต่อการปฏิรูปตนเองและเรียกร้องผู้อื่นไปสู่อัลลอฮ ในกระบวนการนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ที่ถูกต้อง ความรู้ที่ควบคุมพฤติกรรม ความรู้ที่สร้างความเข้าใจในอัลลอฮและมัคลูกของพระองค์ ความรู้นั้นจะกลายเป็นบรรทัดฐานของการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง ความรู้จะสร้างความถ่อมตนให้แก่เรา สร้างความรู้สึกว่าเราเป็นแค่มนุษย์(ซึ่งอ่อนแอ) และความรู้นำพาเราไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ ฉะนั้น เป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่ถูกเสาะแสวงหา เรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้า วิจัย วิเคราะห์ และสังเคราะห์ (คงจะความหมายเดียวมั่ง)เพื่อนำพาเราทั้งหลายสู่การภักดีที่ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งความรู้ดังกล่าวจะได้มานั้นต้องอาศัยการเรียนรู้ที่สมบูรณ์และสม่ำเสมอ  ในขณะเดียวกันครับลักษณะนิสัยโดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อมนุษย์ประสบพบเจอกับอะไรก็ตามที่มีความยากลำบากประกบอยู่ พบเจอกับอุปสรรคที่ขัดขวางต่อการเดินทางไปข้างหน้า มนุษย์จะเกิดความรู้สึกท้อแท้ หมดความปรารถนาที่จะกระทำต่อ หมดอาลัยตายอยาก หรือเรียกว่าหมดไฟนั้นเอง หรือว่าต้องเจอกับสิ่งนั้นบ่อยๆเข้า ต้องทำอะไรที่จำเจ และซ้ำๆซากๆ ความรู้สึกเบื่อหน่ายจะบังเกิดและพอกพูนขึ้นมาในใจของมนุษย์ทุกคน แต่แน่นอนครับพระเจ้าย่อมสร้างลักษณะนิสัยธรรมชาติของมนุษย์อีกอย่างหนึ่งเพื่อเป็นพลังแก่มนุษย์ มนุษย์จะมีความสามารถในการทำอะไรก็ตาม(ในกรณีนี้คือ การเรียนรู้)ได้ดีเยี่ยม เมื่อสิ่ง(ที่เรียนรู้)นั้นสามารถสร้างแรงผลักดัน สร้างความตื่นเต้น หรือสร้างแรงกระตุ้นให้แก่มนุษย์ได้ โดยในสภาวะกระตุ้นส่วนใหญ่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=362&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย  IBNUNIZAR</p>
<p><a href="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/bt65.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-363" title="bt65" src="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/bt65.jpg?w=112&#038;h=150" alt="" width="112" height="150" /></a></p>
<p>ขอเริ่มต้นด้วย บิสมิลลาฮิรเราะห์มานิรรอฮีม  ขอความมีสติจงอยู่ทุกท่าน   การใคร่ครวญ ไตร่ตรอง การตระหนักและรำลึกถึงจุดมุ่งหมายอยู่เสมอนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการปฏิรูปตนเองและเรียกร้องผู้อื่นไปสู่หนทางที่เที่ยงตรง  สัจจะหรือความจริง คำพูดจะมีน้ำหนักได้ถ้าถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีสัจจะ ซึ่งต้องสอดคล้องกับการกระทำที่ดี นั้นคือการกระทำกลายเป็นผลสรุปของคำพูด การพูดที่มีสัจจะจึงกลายเป็นวิธีหนึ่งของการเชิญชวน และยิ่งคำพูดมีสัจจะมากเท่าไหร่ ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นของผู้อื่นต่อตัวผู้พูดก็ยิ่งเพิ่มพูน และความไว้วางใจจะสร้างความเชื่อถือให้แก่คำพูดที่ได้พูดไป มันก็จะไปทบเสริมกับสัจจะ นี่กระบวนการที่เป็นกระบวนการสำคัญต่อการปฏิรูปตนเองและเรียกร้องผู้อื่นไปสู่อัลลอฮ ในกระบวนการนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ที่ถูกต้อง ความรู้ที่ควบคุมพฤติกรรม ความรู้ที่สร้างความเข้าใจในอัลลอฮและมัคลูกของพระองค์ ความรู้นั้นจะกลายเป็นบรรทัดฐานของการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง ความรู้จะสร้างความถ่อมตนให้แก่เรา สร้างความรู้สึกว่าเราเป็นแค่มนุษย์(ซึ่งอ่อนแอ) และความรู้นำพาเราไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ ฉะนั้น เป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่ถูกเสาะแสวงหา เรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้า วิจัย วิเคราะห์ และสังเคราะห์ (คงจะความหมายเดียวมั่ง)เพื่อนำพาเราทั้งหลายสู่การภักดีที่ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งความรู้ดังกล่าวจะได้มานั้นต้องอาศัยการเรียนรู้ที่สมบูรณ์และสม่ำเสมอ  ในขณะเดียวกันครับลักษณะนิสัยโดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อมนุษย์ประสบพบเจอกับอะไรก็ตามที่มีความยากลำบากประกบอยู่ พบเจอกับอุปสรรคที่ขัดขวางต่อการเดินทางไปข้างหน้า มนุษย์จะเกิดความรู้สึกท้อแท้ หมดความปรารถนาที่จะกระทำต่อ หมดอาลัยตายอยาก หรือเรียกว่าหมดไฟนั้นเอง หรือว่าต้องเจอกับสิ่งนั้นบ่อยๆเข้า ต้องทำอะไรที่จำเจ และซ้ำๆซากๆ ความรู้สึกเบื่อหน่ายจะบังเกิดและพอกพูนขึ้นมาในใจของมนุษย์ทุกคน แต่แน่นอนครับพระเจ้าย่อมสร้างลักษณะนิสัยธรรมชาติของมนุษย์อีกอย่างหนึ่งเพื่อเป็นพลังแก่มนุษย์ มนุษย์จะมีความสามารถในการทำอะไรก็ตาม(ในกรณีนี้คือ การเรียนรู้)ได้ดีเยี่ยม เมื่อสิ่ง(ที่เรียนรู้)นั้นสามารถสร้างแรงผลักดัน สร้างความตื่นเต้น หรือสร้างแรงกระตุ้นให้แก่มนุษย์ได้ โดยในสภาวะกระตุ้นส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์ได้สัมผัสกับสิ่งนั้นเป็นครั้งแรก ถ้าหากว่าเราสามารถจำลองหรือสร้างเหตุการณ์ที่สามารถกระตุ้นให้เราตื่นตัวได้ตลอด เหมือนกับการกระตุ้นในครั้งแรกแล้วละก็ ขอให้ท่านผู้อ่านนึกได้เลยว่า ร่างกายเราจะลุกโชนไปด้วยไฟแห่งแรงจูงใจสักแค่ไหน สภาวะนั้นจะเปลี่ยนมุมมองความคิดของเราให้เปลี่ยนไปจากเดิม จากแต่ก่อนที่คิดว่าสิ่งนั้นเราไม่มีโอกาสที่จะสามารถทำได้เลย หรือถ้าทำได้ก็ยากลำบาก ทั้งยังจะสร้างความเชื่อมั่นทางจิตใจของเราเองให้เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการแสวงหา และพลังนั้นยังสามารถลุกลาม หรือแผ่ไปแก่คนรอบข้างของเราอีกด้วย</p>
<p><span id="more-362"></span></p>
<p>เอาละครับ ประเด็นก็คือ  แล้วแรงกระตุ้นหรือแรงจูงใจที่ว่านั้น เราจะสร้างขึ้นมาแล้วจะยึดเหนี่ยวให้มันอยู่กับเราตลอดอย่างไรล่ะ?  สำหรับในมุมมองความคิดของผม(เท่าที่จะเห็นได้ในเวลานี้)คือ แรงจูงใจสามารถสร้างขึ้นได้โดยอาศัยตัวแปรสามตัวแปรด้วยกัน อย่างแรกคือตัวเราเอง อย่างที่สองคือ พี่น้องคนรอบข้างเราและผู้อื่น และสุดท้าย กฎสภาวการณ์ของอัลลอฮหรือสภาพแวดล้อมโดยธรรมชาตินั้นเอง สามปัจจัยนี้จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ช่วยกันเสริมสร้างแรงจูงใจให้เราขึ้นมาได้ ซึ่งเราจะสร้างขึ้นมาโดยสามารถที่กำหนดและควบคุมตัวแปรนั้นได้เพียงแค่สองปัจจัย คือตัวเราเองกับพี่น้องเพื่อนพ้องของเรา ตัวที่สามจะเป็นกรอบความคิดในการคิดวิเคราะห์</p>
<p>ปัจจัยอย่างแรก ตัวเราเอง นับว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการที่จะได้มาซึ่งแรงจูงใจ โดยเกี่ยวเนื่องกับจิตใจของเราโดยตรง กระบวนการสร้างแรงจูงใจนี้ เป็นดังนี้</p>
<p>1) เราต้องกำหนดพฤติกรรมของเราให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่เราต้องการในเวลานั้น(ซึ่งอาจกำหนดจุดมุ่งหมายหลักและกำหนดเพิ่มเติมสำหรับในเวลานั้นๆโดยตั้งไว้เป็นเป้าหมายย่อย) โดยวิเคราะห์ถึงผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อพฤติกรรมนั้นๆ นั้นคือใช้กฎสภาวการณ์ของอัลลอฮและปัจจัยอื่นที่มีความเกี่ยวข้องเป็นบรรทัดฐานในการวิเคราะห์ แล้วปะติดปะต่อ หลอมรวมกันเป็นแผนปฏิบัติการชีวิตในขณะนั้น จากนั้นก็ปฏิบัติตามแผนการที่ได้วางไว้ ถ้าหากแผนการแผนนั้นไม่สามารถสร้างแรงจูงใจได้ดีพอ ก็สมควรจะต้องกำหนดแผนการซะใหม่ให้เรียบง่ายกว่าเดิม สะดวกกว่าเดิม และสร้างพลังได้มากกว่าเดิม</p>
<p>2) ต่อมาคือสร้างสภาพแวดล้อมในสถานที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวัน เช่นในห้องพักของเรา ให้เหมาะสม เช่น การอ่านหนังสือ การละหมาด การกิน และการนอน เป็นต้น นั้นคือจัดรูปแบบให้ง่ายต่อการทำอะไรก็ตาม ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งเหยิงที่จะนำมาสู่ความเบื่อหน่ายและความลำบากได้</p>
<p>อีกประการหนึ่งคือ ลองหาคนที่สามารถเป็นแบบอย่างให้แก่เราในการทำอะไรก็ตาม คนที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เราได้คนที่สามารถทำให้เราทำอะไรก็ตามได้อย่างเหลือเชื่อที่แม้แต่เราเองยังต้องประหลาดใจว่าเราทำได้ยังไง เมื่อนึกถึงบุคคลนั้น อย่างเช่นจะทำให้เราสามารถอ่านหนังสือได้นานกว่าปกติมาก หรือไม่ก็สามารถพูดต่อหน้าคนมากมายได้อย่างคล่องแคล่วไม่ติดขัดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นต้น คนๆนั้นอาจเป็นคนในครอบครัว เช่น พ่อแม่ พี่ชาย ปู่ ยาย หรือบุคคลที่เราชื่นชอบ เช่น นักกีฬา คุณหมอ คุณครูที่สอนเรา หรือบุคคลที่เป็นแบบอย่างอย่างเช่น ท่านนบี  และบรรดาซอฮาบะฮทั้งหลาย ที่สำคัญคือ เมื่อเรานึกถึงคนๆนั้นแล้วทำให้รู้สึกว่า คนๆนั้นอยู่เคียงข้างเรา เป็นตัวอย่างให้เรา( เขาทำได้ เราก็สามารถทำได้) ทำให้เรารู้สึกว่าเราทำได้</p>
<p>ปัจจัยอย่างที่สอง คือพี่น้องและเพื่อนพ้องผู้ศรัทธาของเรา เนื่องจากมนุษย์มีอิสระเต็มที่ในการใช้ชีวิต และโลกมีทรัพยากรที่สามารถรับรองได้เพียงคนๆเดียว ซึ่งหากอยู่คนเดียว ย่อมไม่มีปัญหา แต่มนุษย์ไม่ได้อยู่คนเดียว และไม่สามารถเอาชนะความโดดเดี่ยวได้ ซึ่งเมื่ออยู่ร่วมกันแล้ว อิสรภาพของแต่ละคนย่อมจะเพลี้ยงพล้ำในอิสรภาพของอีกคนหนึ่ง หนีไม่พ้นจากความผิด แต่ว่า อิสลามโดยพื้นฐานที่ได้เน้นย้ำถึงการนาซีฮัตซึ่งกันและกัน  การแลกเปลี่ยนคำแนะนำ คำตักเตือนและการแลกเปลี่ยนความรู้ให้แก่กันและกัน ได้ช่วยกันกระตุ้นไปกระตุ้นมา สังคมเราจึงเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ดีตลบอบอวลไปทั่ว  ทั้งสองปัจจัยนี้จะกลายเป็นตัวสร้างสิ่งๆหนึ่งซึ่งที่มีพลังเป็นอย่างมากในสังคม โดยเฉพาะในสังคมที่เป็นพหุสังคม ที่ซึ่งมีความหลากหลายในหลายๆด้าน อย่างเช่นม.วลัยลักษณ์แห่งนี้ สิ่งนั้นคือ บรรยากาศแห่งอัลอิสลาม สิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยให้แก่เราทุกคนในการทำอามัลอีบาดัตได้อย่างเต็มที่ สนับสนุนการเรียนรู้ของเราให้สอดคล้องกับหลักการศาสนาได้ และที่สำคัญคือ รวมพี่น้องมุสลิมให้อยู่เป็นกลุ่มก้อนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียว</p>
<p>วิธีการสุดท้ายในการสร้างแรงจูงใจเพื่อความปรารถนาของเรา คือ การยอมรับความตาย ว่ามันจะมาเยือนต่อหน้าเราได้ทุกทีทุกเวลา (แน่นอนอิสลามได้ให้เน้นย้ำถึงเรื่องนี้เป็นอันมาก)และด้วยการตระเตรียมเสบียงที่จำเป็นต่อการเดินทางที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้นั้น เรามุสลิมวัยหนุ่มสาวในตอนนี้ได้ทบทวนรึยังว่า เสบียงเหล่านั้นเรามีอยู่เพียงพอรึยัง  ด้วยเหตุนี้การตระหนักและยอมรับถึงความตายอยู่เสมอจะส่งผลให้เรารู้สึกว่าต้องพยายามใช้เวลาแต่ละวินาทีที่อาจจบลงอย่างไม่รู้ตัวให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันอีกแรงหนึ่งขึ้นมา แรงผลักดันที่แข็งแกร่งกว่า มีพลังมากกว่า แต่อ่อนโยนกว่าและครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้เกิดแรงจูงใจที่เข้มแข็งในท้ายที่สุด และด้วยวิธีเดียวกันนี้ยังสามารถทำให้มนุษย์ได้รู้จักกับตนเอง(ตัวเองอ่อนแอแค่ไหน) รู้จักพระเจ้า(ผู้ทรงยิ่งใหญ่เหนือทุกสรรพสิ่ง) และรู้จักโลก (สิ่งที่ไม่ใช่นิรันดร์) เมื่อเข้าใจกระแสแล้วก็สามารถที่วางตัวเองให้อยู่ในลักษณะที่เหมาะสมเพื่อยืนหยัดอยู่บนโลกนี้อย่างเข็มแข็ง และเดินทางไปสู่จุดหมายอย่างภาคภูมิใจได้</p>
<p>สุดท้ายขอย้ำแก่ทุกคนว่า แรงจูงใจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากครับ เพื่อเรียนรู้ทุกๆสิ่ง เพื่อปฏิบัติภารกิจได้อย่างลุล่วง เพื่อทำหน้าที่ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อทำความปรารถนาให้เป็นจริง แต่ก็แรงจูงใจก็สามารถสร้างผลเสียอย่างใหญ่หลวงได้ ถ้าหากกำหนดจุดมุ่งหมายไปในทางที่ผิด ขอให้ระวังมากๆ  หากท่านสามารถจะนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ถึงแม้จะเพียงน้อยนิด ผมและพี่น้องทุกคนก็ยินดีและภูมิใจแล้ว แต่หากว่าวิธีการนั้นๆผิดหรือไม่ชัดเจน กลับสร้างความเข้าใจผิดและสร้างผลเสียไปฉุดรั้งสังคมของพี่น้องมุสลิมให้ต้อยต่ำ ขอให้ท่านอย่าได้นำวิธีการนั้นไปทำเป็นส่วนหนึ่งของความคิดที่ใช้ในการตัดสินใจของท่านและอย่าได้นำไปใช้และถ่ายทอดแก่ผู้อื่นด้วยเถิด ท้ายสุดผมอาจเป็นแค่ผู้ฝึกฝนที่หนีไม่จากความผิดพลาด แต่ก็จะร่วมกันพยายามพัฒนาสังคมของเราให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ทุกข้อผิดพลาดที่ได้เขียนไว้ผมขอยอมรับผิด ขอบคุณที่พวกเราช่วยกันพัฒนาสังคมของเรา ทั้งทางตรงและทางอ้อม เจตนา และไม่ตั้งใจ</p>
<p>อินชาอัลลอฮ เราภูมิใจที่อิสลามจะต้องสูงส่งเป็นประจักบนโลกนี้อีกครั้ง(ด้วยแรงของเราทุกคน)</p>
<p>&nbsp;</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/362/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=362&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/30/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/bt65.jpg?w=112" medium="image">
			<media:title type="html">bt65</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อัตลักษณ์แห่งชาติพันธุ์กับการเมืองเรื่อง “ความเป็นชาตินิยม”</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2011 12:16:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=339</guid>
		<description><![CDATA[โดย อัฎฮา ตีพิมพ์ครั้งแรกที่ หนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 อัตลักษณ์ (identity) เป็นความรู้สึกของบุคคลมีต่อตนเองว่า &#8220;ฉันคือใคร&#8221; การระบุได้ว่าเรามีอัตลักษณ์เหมือนในกลุ่มหนึ่งและมีความแตกต่างจากกลุ่มอื่นอย่างไร และ &#8220;ฉันคือใคร&#8221; ในสายตาคนอื่น อัตลักษณ์นั้นเป็นลักษณะที่มีความสลับซับซ้อน และไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจงไปในเรื่องใด หรือในลักษณะใดในร่างกายอย่างรัดกุม สำหรับคนๆ หนึ่งแล้วสามารถระบุได้ว่าเป็นมีหลายอัตลักษณ์ภายในคนๆ เดียว แต่สำหรับอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์แล้วเป็นลักษณะทางชีวภาพไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งในส่วนของแนวคิดเรื่องชาติ ได้ก่อตัวเป็นแนวคิดชาตินิยม ชาตินิยมเป็นกระบวนการในการสร้างอุดมการณ์ให้เกิดการหวงแหน และสำนึกในการรักชาติ เป็นการแสดงถึงอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของมนุษย์ ลักษณะของชาตินิยมจากตัวอย่างที่ปรากฏอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี 2 ลักษณะที่เด่น คือ 1. ชาตินิยมแบบพรมแดน หรือ ชาตินิยมพลเมือง โดยชาตินิยมประเภทได้ให้ความสำคัญต่อประชาชนทุกชาติพันธุ์ภายในประเทศประเทศของตน โดยไม่มีการเน้นถึงกลุ่มชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่งในประเทศนั้นๆ ตัวอย่างชาตินิยมประเภทนี้คือ ประเทศอินโดนีเซีย ตัวอย่างเช่น ได้มีการสร้างภาษาขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นภาษากลางที่ใช้ภายในประเทศ 2. ชาตินิยมแบบเน้นชาติพันธุ์ เป็นแนวคิดชาตินิยมที่ให้ความสำคัญเฉพาะกลุ่มของตนเองอย่างเช่น มาเลเซีย พม่า เป็นต้น ซึ่งในกรณีนี้ มีความพยายามผลักดันวัฒนธรรมของตนเองให้เป็นวัฒนธรรมกระแสหลักแห่งชาติ โดยส่วนชาติพันธุ์ได้กลายเป็นปัญหาที่บั่นทอนความมั่นคงภายในประเทศต่างๆ ที่มีความหลากหลายภายในประเทศนั้นๆ สำหรับภาพรวมองปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาทางชาติพันธุ์เกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น 1. [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=339&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย อัฎฮา<br />
ตีพิมพ์ครั้งแรกที่ หนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553</p>
<p>อัตลักษณ์ (identity) เป็นความรู้สึกของบุคคลมีต่อตนเองว่า &#8220;ฉันคือใคร&#8221; การระบุได้ว่าเรามีอัตลักษณ์เหมือนในกลุ่มหนึ่งและมีความแตกต่างจากกลุ่มอื่นอย่างไร และ &#8220;ฉันคือใคร&#8221; ในสายตาคนอื่น อัตลักษณ์นั้นเป็นลักษณะที่มีความสลับซับซ้อน และไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจงไปในเรื่องใด หรือในลักษณะใดในร่างกายอย่างรัดกุม สำหรับคนๆ หนึ่งแล้วสามารถระบุได้ว่าเป็นมีหลายอัตลักษณ์ภายในคนๆ เดียว</p>
<p>แต่สำหรับอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์แล้วเป็นลักษณะทางชีวภาพไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งในส่วนของแนวคิดเรื่องชาติ ได้ก่อตัวเป็นแนวคิดชาตินิยม ชาตินิยมเป็นกระบวนการในการสร้างอุดมการณ์ให้เกิดการหวงแหน และสำนึกในการรักชาติ เป็นการแสดงถึงอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของมนุษย์ ลักษณะของชาตินิยมจากตัวอย่างที่ปรากฏอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี 2 ลักษณะที่เด่น คือ</p>
<p><span id="more-339"></span><br />
1. ชาตินิยมแบบพรมแดน หรือ ชาตินิยมพลเมือง โดยชาตินิยมประเภทได้ให้ความสำคัญต่อประชาชนทุกชาติพันธุ์ภายในประเทศประเทศของตน โดยไม่มีการเน้นถึงกลุ่มชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่งในประเทศนั้นๆ ตัวอย่างชาตินิยมประเภทนี้คือ ประเทศอินโดนีเซีย ตัวอย่างเช่น ได้มีการสร้างภาษาขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นภาษากลางที่ใช้ภายในประเทศ<br />
2. ชาตินิยมแบบเน้นชาติพันธุ์ เป็นแนวคิดชาตินิยมที่ให้ความสำคัญเฉพาะกลุ่มของตนเองอย่างเช่น มาเลเซีย พม่า เป็นต้น ซึ่งในกรณีนี้ มีความพยายามผลักดันวัฒนธรรมของตนเองให้เป็นวัฒนธรรมกระแสหลักแห่งชาติ</p>
<p>โดยส่วนชาติพันธุ์ได้กลายเป็นปัญหาที่บั่นทอนความมั่นคงภายในประเทศต่างๆ ที่มีความหลากหลายภายในประเทศนั้นๆ สำหรับภาพรวมองปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาทางชาติพันธุ์เกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น</p>
<p>1. โลกาภิวัตน์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความเป็นชาติอ่อนแอลง<br />
2. ทุนนิยม ความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของเศรษฐกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนชาติพันธุ์หลักของประเทศ<br />
3. ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร เป็นการผูกขาดในการใช้ทรัพยากร ได้นำทรัพยากรตามภูมิภาคต่างๆ มาใช้ประโยชน์ สำหรับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้กลับไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ แต่เป็นนายทุน และรัฐบาลนำไปพัฒนาเมืองหลวงเป็นส่วนใหญ่ เช่นในกรณีของอาเจะห์ ที่ทางรัฐบาลอินโดนีเซีย ได้นำทรัพยากรที่มีในพื้นที่ตรงนี้ แต่กลับนำไปพัฒนาในอาเจะห์เพียงเล็กน้อย<br />
จึงทำให้เรื่องของชาติพันธุ์ได้กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อความมั่นคงต่อรัฐบาลในหลายประเทศ โดยปัญหาชาติพันธุ์เป็นเรื่องที่เป็นความขัดแย้ง ตัวอย่างในกรณีของประเทศรวันดา เหตุความขัดแย้งก็เกิดขึ้นจากกลุ่มชาติพันธุ์ 2 กลุ่มที่อาศัยอยู่ภายในประเทศเดียวกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ทุทซี่ กับฮูตู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนนับล้าน หรือแม้แต่สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาอย่างช้านานเช่น สงครามระหว่างอิสราเอล กับปาเลสไตน์ ก็มีสาเหตุหนึ่งจากความแตกต่างของชาติพันธุ์ปรากฏอยู่ด้วย คือความขัดแย้งระหว่างชาวยิวกับชาวอาหรับ</p>
<p>นอกจากนี้ปัญหาชาติพันธุ์ภายในประเทศมาเลเซีย จากกรณีของเหตุการณ์ฮินดาฟ ที่มีการประท้วงเรียกร้องการปกครองอย่างเป็นธรรม โดยชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ภายในประเทศ การประท้วงครั้งนี้ได้มีการนำเอาสัญลักษณ์ของประเทศอินเดีย รวมถึงมหาตมะ คานธี นับว่าเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ ที่มีการเชื่อมโยงสู่ประเทศเดิมของบรรพบุรุษตน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสำนึกในการเป็นคนในกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน แม้นว่าจะอาศัยอยู่นอกพื้นที่ประเทศของตนเองก็ตาม</p>
<p>สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวันภายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมองย้อนไปตั้งแต่ยุคที่สังคมไทย เริ่มสร้างแนวคิดใหม่เพื่อการสร้างความเป็นไทยขึ้นมา ความเป็นไทยที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นวัฒนธรรมของคนในชาติ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจเป็น ความเป็นกรุงเทพฯ ที่นำมาใช้นิยามในลักษณะเช่นนี้ และการสร้างสิ่งที่ใหม่สำหรับกลุ่มอื่นๆ ที่มีวัฒนธรรมเดิมของตนเอง แต่จำต้องรับและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นไทยตามการกำหนดขึ้นของทางรัฐบาล ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นกระบวนการหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในรัฐสมัยใหม่ ที่บรรจุคนที่มีความหลากหลายเข้าไว้ในเส้นพรมแดนที่เรียกกันว่า รัฐชาติ</p>
<p>โดยเฉพาะในสมัยของ นายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้สร้างความเป็นไทยขึ้นมาใหม่ ด้วยการกำหนดนโยบายที่มีความเป็นชาตินิยม และใช้ในการสร้างวัฒนธรรมไทยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเชิดชูในความเป็นไทย รวมถึงการการสร้างความเป็นสมัยใหม่ กระตุ้นให้เกิดกระแสความรักชาติเป็นและได้เปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทย ซึ่งได้แสดงออกถึงว่าเป็นประเทศของชาวไทย ได้สร้างวัฒนธรรมไทยขึ้นมาตามรูปแบบตะวันตก นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประเด็นอัตลักษณ์ได้กลายมาเป็นข้ออ้างในการก่อการความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการต่อต้านอำนาจจากส่วนกลางมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>แต่ในกรณีของชาตินิยมกลับกลายเป็นเรื่องที่ลื่นไหลได้ตลอดเวลาตามการนิยามของผู้คนในช่วงเวลานั้น และได้กลายเป็นเครื่องมือในการสร้างทัศนคติที่เหยียดหยาม เช่น ในกรณีจาก การสร้างกระแสชาตินิยมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เป็นปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของปราสาทเขาพระวิหาร รวมถึงการระบุถึงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ว่าเป็นคนขายชาติ เพราะมีพฤติกรรมที่ฝักใฝ่กับรัฐบาลกัมพูชา</p>
<p>จากสาเหตุที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งหมด จึงเห็นได้ว่าชาตินิยมจึงสัมพันธ์กับกลุ่มความคิดของผู้คนจำนวนมากที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่กลับไปกดทับผู้คนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยทำให้ชาตินิยมได้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกดขี่และการบังคับให้ผู้อื่นกระทำตามในสิ่งที่ตนต้องการให้เป็น รวมถึงการจัดสรรผลประโยชน์ให้กับคนในกลุ่มของตนเองเท่านั้น และชาตินิยมเป็นเครื่องมือในการอำนวยประโยชน์ในทางการเมืองการปกครองเป็นสำคัญ</p>
<p>ดังนั้นแม้ว่าอัตลักษณ์เป็นลักษณะที่ระบุถึงความเป็นคนๆ หนึ่งและนำไปสู่การระบุถึงความเป็นตัวตนว่าตัวเองเป็นใคร ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นชาติตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน ลักษณะดังกล่าวได้สร้างความสูญเสีย เกิดความพยายามที่จะกลายกลืนอัตลักษณ์ของผู้อื่น เพื่อเชิดชูกลุ่มตัวเองให้เหนือกว่า</p>
<p>รากฐานของปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมไทยและสังคมโลกทุกระดับ มีข้อพึงระวัง คือ หากมนุษย์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ของตัวเอง ขาดการเคารพอัตลักษณ์ของผู้อื่น จนเกิดการสร้างกระแสความเป็นชาตินิยม เพื่อผลประโยชน์และอำนาจทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินเลยและเกิดความเหลื่อมล้ำ มักจะนำสู่ความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงในการสร้างกระแสต่อต้านจนเกิดความสูญเสียถึงชีวิตในหลายกรณีดังที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศต่างๆในโลกตลอดมา<br />
<a href="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/05.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-352" title="05" src="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/05.jpg?w=150&#038;h=113" alt="" width="150" height="113" /></a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/339/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/339/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/339/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=339&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/05.jpg?w=150" medium="image">
			<media:title type="html">05</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อย่ามองด้านเดียว</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2011 05:06:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=334</guid>
		<description><![CDATA[โดย G.Pasha กว่า 40 ปีมาแล้วหลังจากสิ้นสุดสงครามหกวัน สงครามที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสงครามประหัตประหารที่รวดเร็วสุดในโลก ใช้เวลาทำสงครามเพียงหกวัน เป็นการทำสงครามระหว่างอิสราเอลกับฝ่ายอาหรับผลของสงคราครั้งนี้คือชี้ขาดในชัยชนะของชนชาติยิวที่มีต่ออาหรับอย่างเห็นได้ชัดและต้องบันทึกให้ลูกหลานจดจำจนกระทั่งทุกวันนี้ หลังจากวิกฤตการณ์คลองสุเอซ นายกามาล อับเดล นัสเซอร์ ประธานาธิบดีของประเทศอียิปต์ได้ขอร้องให้องค์การสหประชาชาติถอนกำลังออกไปจากอียิปต์แล้ว กองทัพของอียิปต์ได้เคลื่อนที่เข้ายึดฉนวนกาซาและปิดล้อมอ่าวอกาบา และห้ามไม่ให้เรือสินค้าของอิสราเอลผ่าน แต่ด้วยความกลัวของอิสราเอล อิสราเอลจึงได้โจมตีอียิปต์ก่อน ทำให้เกิดสงครามระหว่างชาวยิวกับชาวอาหรับขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยสงครามนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน &#8211; 10 มิถุนายน ค.ศ. 1967 กินเวลาเพียง 6 วัน ในสงครามครั้งนี้อิสราเอลยึดดินแดนอาหรับได้มากมาย เช่น ฉนวนกาซา คาบสมุทรไซนาย ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน (หรือ เขตเวสต์แบงก์) ทั้งหมด และยึดเยรูซาเล็มกลับมาได้ นอกจากนี้ยังยึดที่ราบสูงโกลานของซีเรียได้อีกด้วย ทำให้ดินแดนของอิสราเอลขยายตัวออกไปถึง 4 เท่า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้อิสราเอลสามารถเอาชนะข้าศึกที่ล้อมตนอยู่รายรอบ ซึ่งมีกองกำลังมากกว่า มีอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงอาหารมากว่า อีกทั้งยังได้เปรียบในด้านสมรภูมิการรบด้วย ในสงครามครั้งนี้ฝ่ายอาหรับได้ระดมพลถึง 547,000 นาย เครื่องบินรบ 957 ลำ และรถถัง 2504 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=334&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย  G.Pasha</p>
<p><a href="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/al-aqsar.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-341" title="al-aqsar" src="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/al-aqsar.jpg?w=150&#038;h=125" alt="" width="150" height="125" /></a></p>
<p>กว่า 40 ปีมาแล้วหลังจากสิ้นสุดสงครามหกวัน สงครามที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสงครามประหัตประหารที่รวดเร็วสุดในโลก ใช้เวลาทำสงครามเพียงหกวัน เป็นการทำสงครามระหว่างอิสราเอลกับฝ่ายอาหรับผลของสงคราครั้งนี้คือชี้ขาดในชัยชนะของชนชาติยิวที่มีต่ออาหรับอย่างเห็นได้ชัดและต้องบันทึกให้ลูกหลานจดจำจนกระทั่งทุกวันนี้</p>
<p>หลังจากวิกฤตการณ์คลองสุเอซ นายกามาล อับเดล นัสเซอร์ ประธานาธิบดีของประเทศอียิปต์ได้ขอร้องให้องค์การสหประชาชาติถอนกำลังออกไปจากอียิปต์แล้ว กองทัพของอียิปต์ได้เคลื่อนที่เข้ายึดฉนวนกาซาและปิดล้อมอ่าวอกาบา และห้ามไม่ให้เรือสินค้าของอิสราเอลผ่าน แต่ด้วยความกลัวของอิสราเอล อิสราเอลจึงได้โจมตีอียิปต์ก่อน ทำให้เกิดสงครามระหว่างชาวยิวกับชาวอาหรับขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยสงครามนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน &#8211; 10 มิถุนายน ค.ศ. 1967 กินเวลาเพียง 6 วัน ในสงครามครั้งนี้อิสราเอลยึดดินแดนอาหรับได้มากมาย เช่น ฉนวนกาซา คาบสมุทรไซนาย ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน (หรือ เขตเวสต์แบงก์) ทั้งหมด และยึดเยรูซาเล็มกลับมาได้ นอกจากนี้ยังยึดที่ราบสูงโกลานของซีเรียได้อีกด้วย ทำให้ดินแดนของอิสราเอลขยายตัวออกไปถึง 4 เท่า</p>
<p><span id="more-334"></span></p>
<p>อะไรคือปัจจัยที่ทำให้อิสราเอลสามารถเอาชนะข้าศึกที่ล้อมตนอยู่รายรอบ ซึ่งมีกองกำลังมากกว่า มีอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงอาหารมากว่า อีกทั้งยังได้เปรียบในด้านสมรภูมิการรบด้วย ในสงครามครั้งนี้ฝ่ายอาหรับได้ระดมพลถึง 547,000 นาย เครื่องบินรบ 957 ลำ และรถถัง 2504 คัน ในขณะที่ฝ่ายอิสราเอลสามารถรวบรวมทหารทั้งประเทศได้เพียง 264,000 นายรวมทั้งชายหญิง เครื่องบินรบ 300 ลำ และรถถังอีกแค่ 800 คัน  เห็นได้ชัดว่าอาหรับมีกองทัพที่ยิ่งใหญ่กว่าอิสราเอล ทำให้อาหรับมีความมั่นใจว่าสามารถเอาชนะสงครามครั้งนี้ได้อย่างนอน  ทหารอิสราเอลส่วนใหญ่จะเป็นปัญญาชนคนมีการศึกษาซึ่งยอมพลีชีพให้กับประเทศชาติได้ทุกเมื่อ และเป็นคนที่มีความคิดในทุก ๆ สถานการณ์  รบโดยใช้สมองมากกว่าใช้กำลัง ผิดกับทหารอาหรับที่บ้าบิ่นในตอนต้นของสงครามแต่ยกธงขาวยอมแพ้เมื่อเห็นว่าตนกำลังเสียเปรียบ การโจมตีของอิสราเอลส่วนใหญ่ไม่ใช่การเผชิญหน้า แต่ส่วนใหญ่เป็นการลอบกัดในขณะที่ศัตรูเผลอ ในตอนเช้าของสงครามวันที่ 3 ขณะที่ทหราอาหรับกำลังรับประทานอาหารเช้ากันอยู่ ฝูงบินของอิสราเอลไม่กี่ลำได้บุกล้ำเข้าไปในเขตของอาหรับและมุ่งตรงสู่ท่าอากาศยานของประเทศอียิปต์เพื่อทำลายทางวิ่งและสามารถทำลายเครื่องบินรบของอียิปต์ได้อย่างแม่นยำ อาหรับสูญเสียกองกำลังสำคัญและอิสราเอลกลายเป็นเจ้าแห่งน่านฟ้าทั้งหมด นับตั้งแต่นั้นมาอิสราเอลก็ได้เปรียบอาหรับในทุก ๆ การต่อสู้ของสงครามจนสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามในอีกสามวันต่อมา</p>
<p>ความสูญเสียของสงครามครั้งนี้ฝ่ายอาหรับเสียชีวิตเสียชีวิต 21,000 คน บาดเจ็บ 45,000 คนถูกจับเป็นเชลย 6,000 คน เครื่องบินถูกทำลาย 400 ลำ แต่ฝ่ายอิสราเอลเสียชีวิต 800 คน บาดเจ็บ 2,563 คนถูกจับเป็นเชลย 15 คน  สงครามครั้งนี้ได้ให้บทเรียนแก่ชาวอาหรับเป็นอย่างมาก อิสราเอล&#8230;ถึงแม้จะมีกองทัพที่น้อยกว่าแต่พวกเขาก็ต่อสู้กันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ยอมตายเพื่อประเทศชาติ ไม่หวั่นเกรงแม้จำนวนกองทัพของศัตรูจะมากกว่าตนเป็นเท่าตัว  บางทีชนชาติที่พระเจ้าสาปแช่งก็ไม่ได้แย่ไปทุกเรื่อง บางเรื่องของพวกเขาเราสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์แก่ประชาชาติของเราได้ ไม่เพียงแต่อิสราเอลเท่านั้น ชนชาติอื่นก็มีดีอยู่ถมไป เพราะฉะนั้นหากจะมองคนหรือกลุ่มคนใดจงอย่ามองเฉพาะด้านเสียเพียงด้านเดียว</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/334/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/334/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/334/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/334/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/334/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/334/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/334/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/334/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/334/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/334/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/334/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/334/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/334/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/334/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=334&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/al-aqsar.jpg?w=150" medium="image">
			<media:title type="html">al-aqsar</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วันนี้!!!อะไรที่ทำเพื่ออิสลาม???</title>
		<link>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/30/</link>
		<comments>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/30/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2011 04:56:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความพิมพ์ซ้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://journalmwu.wordpress.com/?p=324</guid>
		<description><![CDATA[โดย IFFAH หมายเหตุ: บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกใน วาสารช่อประดู่แห่งอิสลามฉบับที่ 4 ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า บทบาทและหน้าที่ของเยาวชนมุสลิมที่มีต่อสังคม(อิสลาม)มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งใน  ด้านการชักชวนผู้อื่นสู่การก ระทำความดี การเผยแผ่ศาสนา การเผยแพร่ความรู้สู่คนรอบข้าง การร่วมมือ ร่วมใจช่วยเหลือสังคม(อิสลาม)และอีกหลายๆด้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น(อย่างยิ่ง)สำหรับเยาวชนมุสลิมในปัจจุบัน ดังนั้นเราควรที่จะต้องคิดและ ตระหนักให้มากๆ เพราะ ณ ตอนนี้ เวลานี้ มีผู้มองเห็นและวิเคราะห์ดูสภาพของประชาคมมุสลิมในปัจจุบันว่า มุสลิมกำลังกลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านของตนเอง กำลังกลายเป็นคนที่ต้องสูญเสีย ยิ่งไปกว่าการสูญเสียของเด็กกำพร้าที่ได้รับอาหารที่บูดเน่า(เสียอีก) และกลายเป็นคนที่ขาดทุน เนื่องจากมีศัตรูที่น่ากลัว และมักเป็นศัตรูที่มนุษย์นั้นมักจะมองข้ามไป นั่นก็คือ (มารร้าย)ชัยฏอนละอฺนาตุลลอฮฺ ที่มาหลอกล่อมนุษย์เราให้หลงทางไปในทางที่ผิด ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่ชัยฏอนเท่านั้นที่มาหลอกล่อเรา แต่รวมไปถึงอารมณ์ใฝ่ต่ำของเราเองด้วยที่พอใจในสิ่งนั้น ฉันทราบมาว่า เมื่อใดที่ผู้ศรัทธากลับเนื้อกลับตัว เมื่อนั้น(แหละ)อิบลีสผู้บัญชาการแห่งพรรคสุดยอดความชั่วร้าย ก็จะส่งลูกสมุนมาเป็นกองทัพ เพื่อมายุยงผู้ศรัทธาให้หลงทางไปในทางที่ผิดทันที และหากว่าผู้ศรัทธาผู้นั้นมีอิหม่านที่อ่อนแอ พ่ายแพ้ยอมให้มัน(ชัยฏอน)มาแทรกแซงความคิดได้ ผู้ศรัทธาผู้นั้นก็จะกลับไปทำสิ่งที่เลวร้ายกว่าเดิม ยิ่งกว่าที่เคยทำเมื่อครั้งก่อนซะอีก ดูมั๊น&#8230;&#8230;.ดูมันเห็นช่องว่างเป็นไม่ได้เลยน่ะ ความจริงแล้ว สงครามระหว่างมนุษย์เรากับ(มารร้าย)ชัยฏอนไม่มีวันยุติลงได้หรอก ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันนั้น “วันแห่งการสิ้นโลก” ตราบนั้นมันก็ไม่มีวันหลุดพ้นจากตัวเรา(หรอก) “เพราะท่านรอซูล(ซ.ล)กล่าวว่า : ซัยฎอนนั้นมันจะอยู่ในสายเลือดของเรา” (หะดิษศอเหี้ยะ) และทุกคนคงทราบดีถึงคำสัญญาที่พระผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ทรงให้ไว้แก่อิบลีส โดยเป็นคำวิงวอนครั้งสุดท้ายของมันเพื่อขอให้ได้มีโอกาสยุแยงลูกหลานอดัม(เพื่อให้ได้มาอยู่กับมันในนรก)จนถึงวาระสุดท้ายของโลก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=324&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย IFFAH</p>
<p>หมายเหตุ: บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกใน วาสารช่อประดู่แห่งอิสลามฉบับที่ 4</p>
<p><a href="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/islam.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-347" title="islam" src="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/islam.jpg?w=150&#038;h=112" alt="" width="150" height="112" /></a></p>
<p>ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า  บทบาทและหน้าที่ของเยาวชนมุสลิมที่มีต่อสังคม(อิสลาม)มีความสำคัญอย่างยิ่ง  ทั้งใน  ด้านการชักชวนผู้อื่นสู่การก ระทำความดี  การเผยแผ่ศาสนา  การเผยแพร่ความรู้สู่คนรอบข้าง  การร่วมมือ ร่วมใจช่วยเหลือสังคม(อิสลาม)และอีกหลายๆด้าน  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น(อย่างยิ่ง)สำหรับเยาวชนมุสลิมในปัจจุบัน   ดังนั้นเราควรที่จะต้องคิดและ</p>
<p>ตระหนักให้มากๆ  เพราะ ณ ตอนนี้ เวลานี้   มีผู้มองเห็นและวิเคราะห์ดูสภาพของประชาคมมุสลิมในปัจจุบันว่า  มุสลิมกำลังกลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านของตนเอง  กำลังกลายเป็นคนที่ต้องสูญเสีย  ยิ่งไปกว่าการสูญเสียของเด็กกำพร้าที่ได้รับอาหารที่บูดเน่า(เสียอีก)    และกลายเป็นคนที่ขาดทุน  เนื่องจากมีศัตรูที่น่ากลัว และมักเป็นศัตรูที่มนุษย์นั้นมักจะมองข้ามไป  นั่นก็คือ (มารร้าย)ชัยฏอนละอฺนาตุลลอฮฺ  ที่มาหลอกล่อมนุษย์เราให้หลงทางไปในทางที่ผิด  ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่ชัยฏอนเท่านั้นที่มาหลอกล่อเรา  แต่รวมไปถึงอารมณ์ใฝ่ต่ำของเราเองด้วยที่พอใจในสิ่งนั้น</p>
<p><span id="more-324"></span> ฉันทราบมาว่า  เมื่อใดที่ผู้ศรัทธากลับเนื้อกลับตัว  เมื่อนั้น(แหละ)อิบลีสผู้บัญชาการแห่งพรรคสุดยอดความชั่วร้าย  ก็จะส่งลูกสมุนมาเป็นกองทัพ  เพื่อมายุยงผู้ศรัทธาให้หลงทางไปในทางที่ผิดทันที  และหากว่าผู้ศรัทธาผู้นั้นมีอิหม่านที่อ่อนแอ  พ่ายแพ้ยอมให้มัน(ชัยฏอน)มาแทรกแซงความคิดได้  ผู้ศรัทธาผู้นั้นก็จะกลับไปทำสิ่งที่เลวร้ายกว่าเดิม  ยิ่งกว่าที่เคยทำเมื่อครั้งก่อนซะอีก  ดูมั๊น&#8230;&#8230;.ดูมันเห็นช่องว่างเป็นไม่ได้เลยน่ะ ความจริงแล้ว  สงครามระหว่างมนุษย์เรากับ(มารร้าย)ชัยฏอนไม่มีวันยุติลงได้หรอก  ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันนั้น  “วันแห่งการสิ้นโลก” ตราบนั้นมันก็ไม่มีวันหลุดพ้นจากตัวเรา(หรอก)  “เพราะท่านรอซูล(ซ.ล)กล่าวว่า : ซัยฎอนนั้นมันจะอยู่ในสายเลือดของเรา” (หะดิษศอเหี้ยะ) และทุกคนคงทราบดีถึงคำสัญญาที่พระผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก  ทรงให้ไว้แก่อิบลีส  โดยเป็นคำวิงวอนครั้งสุดท้ายของมันเพื่อขอให้ได้มีโอกาสยุแยงลูกหลานอดัม(เพื่อให้ได้มาอยู่กับมันในนรก)จนถึงวาระสุดท้ายของโลก  ดูสิ  มันหยิ่งยโส  อวดดีขนาดไหน  และสิ่งที่ฉันเคืองแค้นที่สุดคือ สิ่งที่มันดูถูก และก็เสียใจมากที่มนุษย์เราหลงคำเชื่อของมัน(จนได้)</p>
<p>โอ้หนุ่มสาวแห่งมุสลิมเอ๋ย!!! เราจะยอมแพ้มันไม่ได้น่ะ  หรือเราจะยอมแพ้มันทั้งที่ยังไม่ได้สู้กับมัน(งั้นหรอ)  เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของอัลลอฮฺที่รับคำวิงวอนของอิบลีสนั้น  ก็เพื่อจะทดสอบพวกเรามิใช่หรือ? พระองค์ต้องการพิสูจน์ว่า  เราเหมาะสม  ดีเพียงพอกับสถานอันทรงเกียรตินั้นไหม?(หมายถึงสวนสวรรค์อันสถาพร)  เราอยากกลับไปหาพระองค์หรือว่าจะอยู่กับพวกมันในนรกญะฮันนัม   &#8211;   วัลอิยาซุบิลละฮฺ  โอ้ผู้ที่เรียกตัวเองว่าอิสลามเอ๋ย!!! เธอไม่รู้หรือว่า  กี่มากน้อยเท่าไหร่แล้วที่หนุ่มสาว(อิสลาม)ได้ตกเป็นเครื่องมือของชัยฏอน  จนกระทั่ง ถึงกับต้องยอมแลกด้วยความเลว  ความอับอาย ขายหน้าของตัวเอง  เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข(อันจอมปลอม)  และความสำราญในโลกดุนยา  จนลืมนึกถึงโลกอาคีเราะฮฺ อัลลอฮ (ซุบฮานาฮุวา ตะอาลา) ทรงตรัสไว้ มีใจความว่า “&#8230;.พวกเจ้าได้เอาสิ่งดีงามทั้งหลายของพวกเจ้าในการดำรงชีวิตของพวกเจ้าในโลกดุนยาไปแล้ว  และพวกเจ้าได้มีความสำราญกับมันแล้ว  ฉะนั้นวันนี้พวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนด้วยการลงโทษอันอัปยศ&#8230;”(46:20)</p>
<p>บุคคลที่ชอบแสวงหาความสุขอย่างเลยขอบเขตนั้น   เขาก็ย่อมเป็นผู้ที่ขาดทุน  ทั้งดุนยาและก็อาคิเราะฮฺ  อันเนื่องจาก  ความสุขที่เขาแสวงหานั้น  มันมากไปกว่าความสุขที่ตวรแก่การแสวงหาเช่น  การทำอามาลความดีต่างๆ  ซึ่งเวลาที่เขาหมดไปกับดุนยา  แน่นอนมันก็ทำให้เวลาของการกอบโกยอาคิเราะฮฺหมดไปด้วย   -วัลอิยาซุบิลละฮฺ  และกี่มากน้อยเท่าไหร่แล้วที่ผู้หญิงมุสลีมะฮฺได้ตกอยู่ในแผนการของชาวตะวันตก  พวกนางยอมให้ใครๆเรียกพวกนางว่า ”ดาราของสังคม”  และที่น่าเศร้าคือ  การฝ่าฝืน  การโป๊เปลือยของผู้หญิงมุสลีมะฮฺ  และความชั่วช้าลามกได้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า”ความพอดี”หรือ”ทางสายกลาง”  ส่วนการยึดมั่นในคำสอนของอิสลามกลับกลายป็น”การตกขอบ”และ”ความล้าหลัง”  และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ  หน่มสาว(อิสลาม)กำลังเป็นคนที่อัปยศบนหน้าแผ่นดิน  เพราะอะไรน่ะหรือ?  เพราะไร้การศึกษานั่นเอง!!สุบหานัลลอฮฺ!!! อัลลอฮ(ซุบฮานาฮุวา ตะอาลา) ทรงตรัสไว้มีใจความว่า  “บรรดาผู้รู้และบรรดาผู้ไม่รู้จะเท่าเทียมกันหรือ  แท้จริงบรรดาผู้มีสติปัญญาเท่านั้นที่จะใคร่ครวญ”(36:9)</p>
<p>ถ้าจะบอกว่าอัลลอฮฺ (ซุบฮานาฮุวา ตะอาลา) ไม่เอาโทษกับผู้ที่ไม่รู้  ก็คงต้องถูกถามว่า  มัวแต่ไปทำอะไรอยู่ที่ไหน  ทำไมถึงไม่รู้คงไม่มีอะไรที่เป็นคุณแก่ตนเองเลยมิใช่หรือ? ถ้าฉันจะบอกว่าเรากำลังเป็นอย่างนี้อยู่ล่ะ  ทุกคนจะเถียงหรือไม่??? &#8211;  Hi5 		-  เพลง/ดารา   	-  แฟชั่น 	-  chat  		 &#8211; เกมส์		-แมนยู -เดทโน๊ต  	 -ปลาบู่ทอง 	 -ฯลฯ</p>
<p>โอ้ประชาชาติมุสลิมเอ๋ย!!! ไหนล่ะที่บอกว่า  เราคือประชาชาติตัวอย่าง  แล้วไหนล่ะที่บอกว่า เราคืออนาคตของอิสลาม  แล้วไหนล่ะที่บอกว่า  เราคือ คอยรุอุมมะฮฺ   ประชาชาติที่ดีเลิศ   หยุด&#8230;..หายใจลึกๆ  &#8230;.ลองหลับตา   &#8230;แล้วคิดดูสิ ดังนั้นเราในฐานะเยาวชนมุสลิม(ตัวแทนบนหน้าแผ่นดินนี้)  ต้องช่วยๆกันชักจูง  ชักนำ  ชักชวน  และตักเตือนซึ่งกันและกัน   เพื่อไม่ให้ผู้ที่กำลังหลงทาง(รวมถึงตัวฉันเองด้วย)ตกอยู่ในหลุมนั้นอีก(หลุมที่มีพรรคพวกชัยฏอนและลูกสมุน)   ไม่เช่นนั้นอัลลอฮฺ(ซุบฮานาฮุวา ตะอาลา)  จะส่งบรรดารอซูล    บรรดานบี  รวมถึงบรรดาคอลีฟะฮฺมาทำไม  ถ้าไม่ใช่เพื่อเรียกร้องมวลมนูษย์สู่ทางที่เที่ยงตรง   ทางที่พระองค์อัลลอฮฺพอใจ  นั่นก็คือ &#8220;ทางแห่งอิสลาม”   เท่านั้นยังไม่พอ   พระองค์ยังให้แนวทางการดำรงชีวิตอีกนั่นคือ   “อัลกุรอ่าน”  โดยหวังแค่เพียงให้เราเคารพภักดีในตัวพระองค์  ฉันขอเตือนตัวเองและเยาวชน(มุสลิม)ทั้งหลายว่า   ถ้าหากเราไม่เริ่มเคลื่อนไหว   และทำงานเพื่ออิสลามเสียตั้งแต่บัดนี้   งั้นก็จงรอคอยสัญญาณแห่งการลงโทษจากอัลลอฮฺเถิด  – วัลอิยาซุบิลละฮฺ  ฉันรู้&#8230;ว่าการทำงานเพื่ออิสลามมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  และมันก็เป็นเรื่องยากมาก(เหมือนกันนั่นแหละ)</p>
<p>แต่ถ้าเรามีความตั้งใจจริง+ความมุ่งมั่น+ความพยายาม   สักวันความสำเร็จก็จะเป็นของเรา   (อินชาอัลลอฮฺ)  บางคนพยายามแล้วแต่ล้มเหลว   หรือบางคนไม่เคยพยายามเลย การที่เราจะพยายามทำอะไรสักอย่างนั้นมันต้องมีความหวัง ความฝันใช่ไหม?   ดูอย่างกองทัพอิสลามในยุคก่อนสิ   พวกเขาต่างพยายามต่อสู้ในสมรภูมิรบต่างๆอย่างกล้าหาญ  เพราะหวังที่จะกอบกู้อิสลาม   และต้องการที่จะรักษาไว้ซึ่งธงของอิสลาม   เช่นเดียวกับท่านบิลาล ท่านพยายามอดทนจากการถูกทรมานที่แสนสาหัส   เพราะเขาหวังที่รักษาไว้ซึ่ง  ”อัชฮาดูอัลลา อิลาฮาอิลลัลลอฮฺ วาอัชฮาดูอันนามูฮัมมาดัรรอซูลุลลอฮฺ” และสุดยอดแห่งผู้มีความพยายามนั่นก็คือ   ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.)   กี่ครั้งกับการด่าทอของชนชาวกุเรช   กี่ครั้งกับบาดแผลฉกรรจ์นับไม่ถ้วนจากการสู้รบ   กี่ครั้งแล้วกับการเรียกร้องผู้คนสู่อิสลามแต่กลับถูกปฏิเสธ   กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ท่านประสบเช่นนั้น   แต่ท่านก็ไม่เคยท้อ  เดินหน้าสู้เพื่ออิสลามอย่างไม่เคยหยุด   อย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย   คิดสิ&#8230;ลองคิดดูสิ   ความพยายามของเรากับท่านนบีมันช่างเทียบการไม่ได้เลย  &#8211;  มาชาอัลลอฮฺ</p>
<p>โอ้พี่น้องที่รักยิ่งในอิสลามเอ๋ย!!!</p>
<p>ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่&#8230;คงไม่สายหากเราจะแก้ตัว   รีบมาเถิด  รีบมาสู่การให้สัตยาบันกับอัลลอฮฺ   และเริ่มต้นเดินไปบนเส้นทางที่เที่ยงตรง   นับตั้งแต่วันนี้  วินาทีนี้   เผื่อว่าเราจะได้ถูกจัดให้อยู่ในหมู่ชนที่จะได้รับความช่วยเหลือ   และชัยชนะจากอัลลอฮฺ   และอยากให้เราคิดอยู่เสมอๆว่า   “ทำเพื่ออัลลอฮฺเป็นที่หนึ่ง   และทำเพื่อตัวเองเป็นที่สอง”</p>
<p>สิ่งที่อยากบอกให้ทุกคนได้รู้ว่า   เมื่อเราประสบกับความยากลำบาก   พระองค์อัลลอฮฺก็ทรงประทานความง่ายดายให้เสมอ   ในชีวิตของคนเรา   ไม่เคยเลยที่จะไม่ประสบกับความยากลำบาก   แต่ก็ไม่เคยเลยที่จะไม่พบกับความง่ายดาย</p>
<p>อัลลอฮ ( ซุบฮานาฮุวา ตะอาลา) ทรงตรัสไว้มีใจความว่า  “แท้จริงหลังจากความยากลำบาก   ก็จะมีความง่าย” (94:5-6)</p>
<p>และ(อัลลอฮซุบฮานาฮุวา ตะอาลา ทรงตรัสไว้อีก ซึ่งมีใจความว่า   “ในเรื่องของศาสนา    อัลลอฮฺจะไม่ทำให้พวกเจ้ารู้สึกยากลำบาก”(22:78)</p>
<p>โอ้เยาวชนที่รักเอ๋ย!!!</p>
<p>เธอคือดอกไม้แห่งอิสลาม</p>
<p>คือประชาชาติตัวอย่าง</p>
<p>คือความหวังแห่งประชาชาติอิสลาม</p>
<p>เธอรู้ไหมว่า&#8230;พี่น้องมุสลิมโดนเข่นฆ่าไปเท่าไหร่แล้ว</p>
<p>พวกเขาถูกมองว่าเป็นผู้ก่อการร้าย</p>
<p>พวกเขาจะรู้สึกอย่างไรบ้างที่ถูกมองว่าเป็นอย่างนั้น</p>
<p>ฉะนั้น&#8230;วันนี้เรายังมีโอกาสศึกษา   ยังมีลมหายใจ   เราจะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร</p>
<p>ทำซะ&#8230;.จงทำเพื่ออิสลามเถิด</p>
<p>เพื่อพี่น้อง(อิสลาม)ของเรา</p>
<p>ฉันอยากปลุกให้เธอตื่นจากความสนุกสนาน</p>
<p>ตื่นจากชีวิตที่เคยคิดว่า   แค่อยู่ไปวันๆ</p>
<p>จริงจังกับชิวิตซะ&#8230;.</p>
<p>และบอกกับตัวเองว่า&#8230;.</p>
<p>ฉันจะสู้&#8230;สู้เพื่ออิสลาม</p>
<p>หรือว่าเราจะรอ&#8230;ที่จะ(คิด)ทำงานเพื่ออิสลามก็ต่อเมื่อ&#8230;ลมหายใจสุดท้าย</p>
<p>โอ้อัลลอฮฺ!!!</p>
<p>โปรดทำให้เราเป็นผู้อยู่ในทางที่ถูกต้องด้วยเถิด   -   อามีน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/journalmwu.wordpress.com/324/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/journalmwu.wordpress.com/324/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/journalmwu.wordpress.com/324/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/journalmwu.wordpress.com/324/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/journalmwu.wordpress.com/324/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/journalmwu.wordpress.com/324/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/journalmwu.wordpress.com/324/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/journalmwu.wordpress.com/324/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/journalmwu.wordpress.com/324/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/journalmwu.wordpress.com/324/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/journalmwu.wordpress.com/324/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/journalmwu.wordpress.com/324/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/journalmwu.wordpress.com/324/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/journalmwu.wordpress.com/324/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=journalmwu.wordpress.com&amp;blog=9791059&amp;post=324&amp;subd=journalmwu&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://journalmwu.wordpress.com/2011/03/29/30/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b8e318538a69e5aba63a5cc2438ab095?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">journalmwu</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://journalmwu.files.wordpress.com/2011/03/islam.jpg?w=150" medium="image">
			<media:title type="html">islam</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
