คนเปิดไฟ (เขียว)

Posted: กุมภาพันธ์ 12, 2013 in ไม่มีหมวดหมู่

เขียนโดย … ชามก๋วยเตี๋ยว

th21 social media shutterstock

เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ความมืดมิดเริ่มคืบคลานมาแทนที่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานั้นคือการเปิดไฟให้กับโลก เพื่อง่ายต่อการสัญจรและมองเห็น เพราะการเดินทางในที่มืดมันเป็นสิ่งที่ลำบาก

แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างก้าวไกลจนก่อเกิดโลกไซเบอร์  สร้างสังคมในมิติใหม่ที่คุ้นหูกันว่า Social Network หรือสังคมออนไลน์ การเปิดไฟจึงไม่ใช่แค่การการเปิดเพื่ออำนวยต่อการมองเห็นอีกต่อไป แต่เป็นการเปิดไฟให้โลกออนไลน์รับรู้ว่าคุณมีชีวิตบนโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยการแสดงผ่านวงกลมที่มีแสงสีเขียวที่เปรียบเสมือนมีชีวิตบนโลกไซเบอร์

เราสามารถพบเจอผู้คนที่เปิดไฟเขียวได้อย่างไม่ต้องค้นหาแบบพลิกแผ่นดิน เพราะคนเปิดไฟเขียวได้แพร่กระจายทั่วทุกมุมโลก และมีการแพร่ระบาดมากในกลุ่มคนหนุ่มสาวเสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งความเป็นจริง การเปิดไฟเขียวก็มีทั้งข้อดีและความเสียซ่อนอยู่ หากเราจะพูดถึงบางอย่างก็ควรที่จะเริ่มต้นที่ข้อดี ดังนั้นเรามาหาข้อดีของการเปิดไฟเขียวกันก่อน พร้อมๆกับการชี้ข้อบกพร่องตามกันไป

การเปิดไฟเขียวนั้นทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันง่ายยิ่งขึ้น แต่สำหรับคนที่อยู่ระยะไกล มองด้วยสายตาไม่เห็นเท่านั้น อาจจะคนละห้อง คนละหอ คนละบ้านคนเมือง หรือไกลกว่านั้น แต่กลับสร้างระยะห่างกับคนที่สามารถมองเห็นกันได้ในระยะสายตา เพราะคนเปิดไฟเขียวส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับคนที่เปิดไฟเขียวเหมือนกันเท่านั้น จนลืมให้ความสำคัญกับคนข้างกาย ที่แม้จะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยก็ต้องรอไปก่อน แต่ถ้ารอไม่ไหวก็แนะนำให้เข้ามาร่วมขบวนการคนเปิดไฟเขียว เพื่อมาคุยกันในกล่องแชท แม้ความเป็นนจริงแล้วแค่ต่างคนต่างหันหน้าซ้าย-ขวาก็มองเห็นกันได้ อย่างนี้หล่ะนะ….ก็ชีพจรสีเขียวในแถบด้านขวามือมันน่าสนใจ กว่าเสียงลมหายใจของคนข้างๆนี่นา

ข้อดีข้อที่สองของการเปิดไฟเขียวคือ ข้อมูลข่าวสารกระจายกันรวดเร็วและทั่วถึงยิ่งกว่าการกระจายตัวของไวรัสเสียอีก มันอาจจะดีตรงที่ไม่ต้องพูดซ้ำ โพสต์หนึ่งครั้งรู้กันทั่วหน้า แต่ประเด็นคือ ถ้าโพสต์ของคุณดันไปขึ้นบนหน้ากระดานของคนที่เค้าไม่ได้อยากรับฟัง แต่ต้องมารับทราบเพราะครั้งหนึ่งเคยกดปุ่มขอเพื่อนทั้งที่ไม่ได้สนิทกับคุณ…. มันจะไปมีประโยชน์อะไร ยิ่งถ้าเรื่องที่โพสต์เป็นอะไรในด้านลบก็จะยิ่งเพิ่มคนที่มารับรู้เรื่องลบๆของคุณเพิ่มขึ้นแค่นั้นเอง ดังนั้นจะโพสต์อะไรก็ระวังๆกันหน่อย

และข้อดีข้อสุดท้ายที่จะกล่าวถึงจากข้อดีร้อยพันของการเปิดไฟเขียวนั้นคือ ถ้าคุณมีความความรักแบบแอบรัก คุณจะมีโอกาสพบเจอกับเขาหรือเธอคนนั้นได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ยิ่งถ้าคุณมีความใจถึงสักนิด รวบรวมความกล้าส่งคำร้องขอเป็นเพื่อน แม้ว่าอันที่จริงแล้วต้องการส่งขอความสัมพันธ์มากกว่านั้นก็ตาม คุณก็อาจมีโอกาสในการพัฒนาความสัมพันธ์ก็เป็นได้ แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีความกล้าก็อาจทำได้เพียงการแอบเข้าไปสอดส่องความเคลื่อนไหวบนหน้าวอล แอบกดไลค์ก็มีความสุขมากแล้ว แต่ความเสียใจจะเกิดทันทีเมื่อเขาหรือเธอคนนั้นไปขึ้นสถานะความสัมพันธ์ในสังคมออนไลค์ว่าหมั้นกับ… แต่งงานกับ… ก็คงทำเอาคนไปแอบส่องต้องรีบหาน้ำแข็งมาประคบตาด่วนๆกันเลย

มันไม่ผิดอะไรหรอกหากคุณจะเป็นคนหนึ่งในกลุ่มคนเปิดไฟ (เขียว) เพราะอันที่จริงแล้วไฟดวงนี้มีประโยชน์มากมายหากคุณรู้จักเลือกใช้อย่างฉลาด ใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่เกิดโทษเพราะโดนเฟสบุ๊คเล่นงาน จากการเปิดไฟเขียวอย่างไร้สติ เพราะการเปิดไฟเขียวเป็นการพาคุณไปยังโลกอีกมิติหนึ่ง นั่นคือโลกออนไลน์ ยิ่งคุณเปิดไฟเขียวนานเท่าไร คุณก็ยิ่งสูญเสียเวลาในการอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงมากเท่านั้น คุณควรที่จะอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง โลกที่คุณมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ไม่ใช่ขายเวลา ขายความเป็นส่วนตัวกับแสงไฟสีเขียว ลองคิดดูว่ามีหนังสือกี่เล่มที่รอให้คุณอ่าน มีงานกี่ชิ้นที่รอให้คุณทำ มีใครกี่คนที่รอคุยกับคุณอยู่ กี่วักตูแล้วที่ละหมาดสายเพราะเพลินอยู่กับโลกออนไลน์ และออกซิเจนของอัล-เราะฮ์มาน มันมากเท่าไรแล้วที่คุณหายใจเข้าไปแล้วยังไม่ได้ขอบคุณ

Advertisements

แม่.. ผู้ไม่เคยแยแสต่อความเหน็ดเหนื่อยแห่งดุนยา

Posted: กุมภาพันธ์ 12, 2013 in ไม่มีหมวดหมู่

เขียนโดย … บินตีอิสมาแอล

boy-boy-and-girl-child-children-girl-Favim_com-360911

ม่จ๋า.. ในบรรยากาศที่แสนเหน็บหนาว ทุกคนนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอันหนานุ่ม แต่แม่กลับต้องฝืนลืมตายันกายขึ้นมาเพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่ที่กำลังจะมาถึง ลูกรู้ว่าแม่ก็ยังอยากพักผ่อนอีกสักนิดใช่มั้ย แต่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวแม่จึงต้องฝืนรีบแต่งตัว จัดเตรียมข้าวของ แล้วเดินทางไปยังสถานที่ชุมนุมที่มีชื่อเรียกว่า ‘ตลาด’ อย่างสั่นระทมเพราะความหนาวเย็นของยามวิกาล

แม่จ๋า.. ในตลาดที่มีแต่เสียงผู้คนดังจอแจ ลูกๆของแม่กำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่ที่บ้าน แต่แม่กำลังพัดไฟในเตาถ่านอย่างรีบเร่ง ลูกค้ากำลังรอขนมของแม่อยู่  เช้านี้ถ่านที่แม่นำมาจากบ้านมันเปียกชื้น ไฟจึงติดยากนัก.. แต่เสียงอาซานดังแว่วมาแล้ว แม่จึงวิ่งออกไปยังมัสยิดก่อน ปล่อยทิ้งเตาถ่านและให้ลูกค้ายืนรอ แม่จะรู้มั้ย..ที่บ้านยังคงมืดสนิท ไร้แสงสว่างของดวงไฟ ลูกๆของแม่ยังคงนอนอยู่ที่เดิม

แม่จ๋า.. ในตอนเที่ยงๆที่มีแสงแดดร้อนจ้า แม่เดินกลับมาจากตลาดแล้ว ใยแม่ไม่พักผ่อนบ้างล่ะ แม่ยังก่อไฟในเตาถ่านอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนจัด มันแผดเผาร่างกายของแม่จนดำเกรียม  แม่ต้องเตรียมขนมอีกหลายชนิดเพื่อนำไปขายในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ลูกๆของแม่กำลังนั่งกินอาหารเที่ยงอยู่ที่โรงเรียน แต่แม่..ยังไม่มีแม้อาหารสักชิ้นตกถึงท้องเลย มีเพียงน้ำเปล่าจากบ่อหลังบ้านที่ไว้ใช้ดื่มเพื่อดับกระหายเท่านั้น

แม่จ๋า.. เย็นแล้ว  ขนมของแม่ยังไม่เสร็จเลย แม่แหงนมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน แม่รีบเร่งทำขนม เพราะยังมีกับข้าวมื้อค่ำที่แม่ยังต้องทำ ลูกๆของแม่กลับมาจากโรงเรียนนานแล้ว บางคนกำลังนอนหลับเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียน  บางคนกำลังทำการบ้านที่ครูสั่ง ใกล้ค่ำแล้วแม่คงต้องอาบน้ำและละหมาดก่อน กับข้าวคงต้องทำหัวค่ำ ลูกๆทนหิวไปก่อนสักนิดนะ

แม่จ๋า.. ดึกแล้วนะ แต่ผ้ากองโตยังรอแม่อยู่ จานอาหารยังตั้งอยู่เกลื่อนกลาดบนพื้นหลังบ้าน แต่ลูกๆของแม่หลับไปนานแล้ว แม่รีบเร่งทำงานบ้านจนเสร็จ นาฬิกาบนฝาผนังบ่งบอกเวลาว่าดึกมากแล้ว แม่หันมามองหน้าลูกตัวเองที่หลับอยู่ ค่ำนี้อากาศร้อนอบอ้าว แม่จึงหยิบกระดาษเล็กๆโบกพัดไปมาบนใบหน้าของลูกๆที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ  ไม่นานนักแม่ก็เอนกายลงข้างๆลูก แม่หลับตาลงอย่างช้าๆ แล้วชีวิตของแม่ในวันนี้ก็ผ่านไปอีกวัน..

แม่จ๋า.. แม่เหนื่อยมากใช่มั้ย กับภาระหน้าที่ที่แม่ได้รับมอบหมายและบททดสอบที่ได้รับบนโลกใบนี้  ตั้งแต่วันที่พ่อถูกรถชน ความเป็นหัวหน้าครอบครัวจึงตกไปเป็นของแม่อย่างเสียมิได้ แม่ต้องเลี้ยงดูลูกๆถึงเจ็ดคนด้วยตัวของแม่คนเดียว ณ ตอนนี้..แม่แก่ตัวลงมากแล้ว  แต่แม่ก็ยังคงดำเนินภารกิจเดิมๆของแม่ต่อไป  แม่ไม่เคยหยุดพัก แม่ไม่เคยหยุดนิ่ง แม้แม่จะเหนื่อยแค่ไหน แต่แม่ไม่เคยบ่น แม่ไม่เคยย่อท้อ แม่ยังคงสู้ต่อไปบนวิถีทางการดำเนินชีวิตของแม่…. 

“ข้าแด่องค์อภิบาล ได้โปรดอภัยโทษแก่ข้าพเจ้า แก่บิดามารดาของข้าพเจ้า
และได้โปรดประทานความเมตตาแก่บุคคลทั้งสองเหมือนดั่งที่ท่านทั้งสอง
ได้เลี้ยงดูข้าพเจ้าในยามเยาว์วัย

ล้มหนึ่งครั้ง ดีกว่าไม่เคยล้ม

Posted: ธันวาคม 1, 2012 in ไม่มีหมวดหมู่

เขียนโดย … เด็กลูกหวาย

amazing-beautiful-black-and-whit-check-out-christmas-Favim.com-312991

“อย่าคิดว่าสูญเสียแล้วชีวิตจะต้องเป็นศูนย์ เรานับหนึ่งใหม่ได้เสมอหากเราคิดจะนับซะอย่าง”

 

ถ้าสิ่งที่เราคาดหวัง…ไม่เป็นดั่งหวังถ้าสิ่งที่เราพยายามทุ่มเททำสุดแรงกายแรงใจไม่ประสบผลสำเร็จ ถ้าสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้นและได้สร้างความบอบช้ำจนทำให้เราต้องจมอยู่กับความทุกข์

เรากำลังก้าวสู่ “ชีวิตที่เป็นจริง” เพราะความเป็นจริงของชีวิตจะสอนให้เรารู้จักยอมรับความพ่ายแพ้ สอนให้เรารู้จักสูญเสียน้ำตา เพื่อที่จะได้รอยยิ้มกลับคืนมาเป็นรางวัลตอบแทนแต่มันก็ไม่เคยทำให้ใครหมดสิ้นความหวัง หมดสิ้นพลังและกำลังใจไปกับความพ่ายแพ้ เพียงแค่ความเป็นจริงสอนให้พวกเราทุกคนรู้ว่า

… อย่าเพียรสร้างความหวัง แต่ให้เชื่อมั่นใความหวัง …

ปล่อยให้ชีวิตผิดพลาด ปล่อยให้ความคาดหวังได้เจอกับความผิดหวัง ปล่อยให้ความฝันกลายเป็นฝันค้างลอยกลางอากาศ ปล่อยให้อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด แม้ว่าเกิดขึ้นแล้วจะเลวร้ายกับชีวิตก็ตามทีเพราะทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น จะช่วยสอนและช่วยเป็นบทเรียนอันล้ำค่าให้แก่ชีวิตที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้

ในแง่คิดของคนเราที่ดีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมันอาจจะสร้างบาดแผลให้กับใครหลาย ๆ คนมาบ่อยครั้ง แต่มันก็มีข้อดีในตัวของมันอยู่เสมอ “ไม่มีอะไรที่อยู่กับเราตลอดชีวิต ทุกอย่างมันก็รอเวลาจากเราไปทั้งนั้น เชื่อว่าถ้าชีวิตคนเราไม่ยึดติด ไม่ต้องแขวนชีวิตไว้กับความคาดหวัง เวลาที่เราสูญเสียหรือเวลาที่เราต้องเจอกับความล้มเหลว เราคงมีภูมิต้านทานมากพอที่จะเอาไว้ต่อสู้กับความท้อแท้ อย่าคิดว่าสูญเสียแล้วชีวิตจะต้องเป็นศูนย์แล้วจะไม่เหลืออะไร เพราะว่าเรานับหนึ่งใหม่ได้เสมอหากเราคิดที่จะนับซะอย่าง ไม่มีอะไรบนโลกที่น่ากลัว  และไม่จำเป็นต้องกลัวกับความเป็นไปของชีวิต”

“มีพบก็ต้องมีจาก มีได้ก็ต้องมีเสีย และมีสุขก็ต้องมีทุกข์เป็นสัจธรรม”

เมื่อไรที่เราได้รู้จักสัมผัส และได้เรียนรู้กับชีวิตทั้งสองด้าน เมื่อนั้นเราจะไม่รู้สึกเสียดายหากเราได้มีโอกาสล้มทั้งยืน แต่เราจะเสียใจไปตลอดชีวิตหากเราไม่สามารถก้าวข้ามความล้มเหลวที่ผ่านเข้ามาได้

      ใครคนหนึ่งเคยกว่าวไว้ว่า …

“การตั้งความหวัง คือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด การพยายาม คือการเสี่ยงกับความล้มเหลว 
แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะในสิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตก็คือ
การไม่เสี่ยงอะไรเลย”

“ล้ม” ลงสักกี่ครั้ง ผิดหวังมาสักกี่หน ลุกขึ้นยืนให้ได้ แล้วสักวันเราจะเจอความสุข เพราะความสุขไม่ได้หนีจากเราไปไหน มันอยู่ใกล้เราแค่เพียงเอื้อมมือจริงๆ ถ้าหากเราไม่ได้ไปตัดสินว่า โลกมันควรเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็นและไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ให้กับตัวเองมากจนเกินไป เวลาคิดหรือทำอะไรสักอย่างแล้วมีข้อบังคับ มีกรอบ และสร้างมโนภาพความสำเร็จไว้ล่วงหน้า เมื่ออะไรๆไม่เป็นไปตามกฎของเรา เราก็ทุกข์ เราก็เสียใจ และเราก็ใจเสียเอาได้ง่ายๆ

มีคนเคยบอกไว้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ ไม่ใช่สิ่งที่จะกำหนดความสุขของคุณ แต่มันเป็นความคิดของคุณเองต่างหาก ความคิดที่มีต่อสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับคุณนั่นเองจะสุขหรือจะทุกข์ก็ขึ้นอยู่ ที่เราทั้งนั้นเป็นคนกำหนด ล้มทั้งยืนเสียบ้างก็คงไม่เสียหายไร แต่ล้มไม่เป็นเลยนี่สิ…

ความจริงที่ชวนคิด

Posted: ธันวาคม 1, 2012 in ไม่มีหมวดหมู่

เขียนโดย … ARKOM

579092_440627249286248_422793177736322_2021487_1309211674_n

เป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าที่แท้จริงจะเป็นผลผลิตจากความอ่อนแอของเรา

หรือเป็นจินตนาการที่เราอุปโลกขึ้นมา พระเจ้าที่แท้จริงต้องเป็นพระเจ้าที่คู่ควรแก่สักกระบูช

เคยถามตัวเองไหมว่า “สัจธรรมที่แท้จริงอยู่ที่ไหน?”
อันที่จริงมันสมองของมนุษย์สามารถค้นพบคำตอบสำหรับข้อสงสัย
และปัญหาที่สลับซับซ้อนต่างๆมากมาย แล้วเหตุใดมนุษย์กลับไม่สามารถค้นพบ
สัจธรรมง่ายๆ นี้ได้?

เรายอมรับแล้วว่าความมหัศจรรย์และการมีอยู่ของสรรพสิ่งทั้งหลายนั้นมิได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ทฤษฎีและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต่างได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าความบัญเอิญนั้นเป็นสิ่งไร้สาระอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สามารถปล่อยให้เรื่อง “การมีอยู่ของพระเจ้าและการสร้างสรรพสิ่ง” ผ่านไปเฉยๆโดยปราศจากการค้นหาคำตอบที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พระเจ้าสร้างมนุษย์มา.. พระองค์รู้ดีว่ามนุษย์เป็นอย่างไร จึงได้สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อให้มนุษยน์ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสันติ

“ พวกเจ้าคิดว่า แท้จริงเราได้ให้พวกเจ้าบังเกิดมาโดยไร้ประโยชน์และแท้จริงพวกเจ้าจะไม่กลับมาหาเรากระนั้นหรือ อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงสัจจะ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระเจ้าแห่งบัลลังก์อันทรงเกียรติ และผู้ใดวินวอนขอพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีหลักฐานพิสุจน์แก่เขา ในการนี้แท้จริงการคิดบัญชีของเขาอยู่ที่พระเจ้าของเขาอยู่ที่พระเจ้าเขา แท้จริงบรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธาจะไม่ประสบความสำเร็จ ”  (อัลกุรอาน 23 : 115-117)

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อแล้วว่าพระเจ้าจำเป็นต้องมีจริง!
พระเจ้าที่แท้จริงต้องเป็นผู้ที่ไม่ทอดทิ้งเรา ติดต่อเรา บอกเรื่องเราและชี้ทางเดินของชีวิตแก่เรา พระเจ้าที่แท้จริงไม่มีวันทอดทิ้งบ่าวของพระองค์โดยปราศจากแสงสว่างชี้นำทาง ไม่มีวันทอดทิ้งมนุษยชาติโดยมิได้อธิบายถึงวิธีการดำเนินชีวิต

คำถามที่ว่า พระเจ้าที่แท้จริงอยู่ที่ไหน? นั้นย่อมมีคำถามอีกอย่างหนึ่งที่ตามมาว่า
เรามีความสามารถในการอ่าน ค้นคว้า และศึกษาหาความรู้มิใช่หรือ?
ท่านเคยคิดไหมว่าทำไมจึงไม่มีผู้ใดกล้าประกาศว่าเขาคือผู้สร้างดวงดาวและชั้นฟ้า?หรือเป็นเพราะไม่มีใครมีอำนาจที่จะทำตามที่เขาอ้างได้ยกเว้นพระเจ้าที่แท้จริง?
แล้วพระเจ้าองค์นั้นมีอยู่จริงหรือปล่าว
? เหตุใดท่านจึงไม่คิดตร่ตรองดู?

นามของพระองค์ คือ อัลลอฮ์… อิสลาม คือ ศาสนาที่พระองค์ส่งมายังเรา 

ขอให้อัลลอฮเปิดใจทุกๆคนที่กำลังแสวงหาสัจธรรมที่แท้จริง อามีน…

(อ้างอิงข้อมูลจากหนังสือ The Big Truth)

ความผิดพลาด

Posted: ธันวาคม 1, 2012 in ไม่มีหมวดหมู่

เขียนโดย … ชามก๋วยเตี๋ยว

602132-topic-ix-4

ทุกย่างก้าว ก้าวไปอย่างช้า ช้าช้า และช้าช้า ใส่ปํญญา ใส่ความคิด ความเหมาะสม บอกตัวเองต้องไม่ก้าวตามอารมณ์ หากก้าวพลาดเลือกทางที่นำไปสู่ความผิดบาป แม้จะเป็นเรื่องยากที่เราจะรู้ว่าถูกหรือผิดเมื่อเจอกับทางแยก หลายๆครั้งจึงตัดสินใจด้วยความสับสน เพราะหลงลืม ไม่รู้ตัวกับถนนที่ก้าวเดินในดุนยา และหลายครั้งก็เผอทำในสิ่งที่ผิดพลาด เพราะประมาท เพราะเผลอไผลจึงลุ่มหลงทำลงไป เพราะมองเห็นภาพลวงตาสำคัญกว่าความเป็นจริง แม้ความผิดพลาดจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์ เพราะความผิดพลาดย่อมนำไปสู่ความเสียใจหลายๆคนจึงดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ตนเองรอดพ้นกับความผิดพลาด แต่หากขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้ว ต่อให้ระวังแค่ไหนก็ต้องมีบ้างที่พลาด มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครเสียใจกับความผิดพลาดของตนเอง เพราะคำว่าผิดพลาดมีความหมายเท่ากับว่าไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น แต่เมื่อมันได้เกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องยอมรับ(ผิดชอบ)มัน

หลายๆคนที่มีความผิดพลาดไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนชั่ว เพราะหลายคนที่ได้ชื่อว่าเลว ก็เลวอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทุกอย่างที่ทำไปย่อมมีเหตุผล เพียงแต่บางครั้งเหตุผลที่เลือกทำนั้นเป็นสิ่งผิดเลยถูกตัดสินว่าเลว หากเราเห็นใครสักคนหนึ่งกระทำความผิด หน้าที่ของเราคือการตักเตือนซึ่งกันและกัน ให้พี่น้องที่หลงทางได้กลับมาสู่หนทางอันเที่ยงตรง พร้อมกับการให้อภัยและให้โอกาส เพราะหลายคนที่เดินในหนทางที่ผิดพลาด บางครั้งเขาอาจทำไปด้วยความหลงลืม ลืมว่าวันหนึ่งตนเองจะต้องถูกสอบสวนกับการกระทำในหน้าแผ่นดิน ลืมว่าวันหนึ่งตนจะต้องถูกตัดสิน ลืมว่ามีโลกอาคิเราะห์รออยู่ หากในวันนี้คุณอยู่ในฐานะของผู้ที่ยังมีสติ ในฐานะที่วันนี้คุณยังมีความจำดี คุณไม่คิดที่จะเตือนเขาหน่อยหรอ? แต่หากคุณยังไม่มีความกล้าพอที่จะตักเตือน ก็ขอเพียงคุณอย่ากระทำตนเป็นผู้ตัดสิน และเปลี่ยนมาทำในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ นั้นคือ การขอดุอาอ

แต่หากวันนี้คุณคิดว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เคยกระทำหรือกำลังกระทำในสิ่งผิดบาป ก็ขอให้คุณรวบรวมความกล้า และความตักวา ให้มากพอเพื่อยุติมัน เพราะหากคุณยังหายใจนั้นหมายถึงคุณยังมีโอกาสในการแก้ไข แต่เมื่อไรที่ความตายได้ก้าวมาถึงคุณ ต่อให้คุณเสียใจกับมันแค่ไหนก็คงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกฉันว่า คนเราผิดมาก ผิดน้อยไม่สำคัญ สำคัญอยู่ทำแล้วเราจะสำนึกกับความผิดบาปนั้นไหม เมื่อรู้ว่าผิดจงหยุดและเปลี่ยนแปลงตนเองสู่ความถูต้องนี่แหล่ะคือสิ่งสำคัญ เพราะความผิดพลาดนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ของโลกใบนี้ แต่เป็นเรื่องที่ได้เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกยุคสมัย ไม่เป็นอะไรหากครั้งหนึ่งเราจะเคยทำความผิดพลาดไปบ้าง แต่เมื่อรู้ตัวก็ควรที่จะหยุด อย่าให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยๆ จนเป็นเรื่องที่ชินชาของหัวใจ กลายเป็นสนิมกัดกินหัวใจจนผุกร่อน เพราะเมื่อไรที่คุณแล้วเราเดินจากโลกนี้ไปแล้ว เราจะต้องถูกสอบสวนเกี่ยวกับสิ่งที่เคยกระทำบนหน้าผืนดินนี้อย่างแน่นอน

เธอมาเพื่อเปลี่ยน

Posted: ธันวาคม 1, 2012 in ไม่มีหมวดหมู่

เขียนโดย … sunshine

_8_N0E781240-02

เมื่อเกิดคำถามมากมายกับตัวฉันเองว่า

เหนื่อยไหม .. ที่ต้องทุ่มเททุกอย่างให้กับเธอที่ต้องคอยเป็นห่วงเป็นใยอยู่ตลอดเวลาเหนื่อยไหม .. ที่ต้องเอาใจใส่ว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร
เหนื่อยไหม .. ที่ต้องต่อสู้กับใครๆเพียงเพราะต้องการรักษาเธอ
เหนื่อยไหม .. ที่ไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอ

หากไม่มีใครสักคนที่จะยืนเคียงข้างฉัน ผู้คนมากมายรุมต่อต้านฉัน
พร้อมทั้งตะโกน ร้อยพันถ้อยคำเพื่อเหยียบหยามฉัน เพราะฉันเลือกเธอ
ถึงแม้ว่าฉันต้องเจอเรื่องราวมากกว่านี้ ฉันก็ยังจะเลือกเธอ
เพราะเธอคือ อิสลาม

เธอไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนแปลงฉันแต่เธอมาเพื่อมนุษย์ทั้งโลก
เธอมาเพื่อนำเราออกจากความมืดมิดสู่ความสว่าง
เธอมาเพื่อสร้างความรักมากกว่าความเกลียดชัง
เธอมาเพื่อสอนคุณธรรมมากกว่าความอธรรม
เธอมาเพื่อสอนการให้มากกว่าการรับ

เธอมาเพื่อการดูแลมากกว่าการทอดทิ้ง
เธอมาเพื่อการเยียวยารักษามากกว่าการทำร้าย
เพราะเธอคือ ทางที่นำฉันไปสู่สวรรค์ ฉันจึงเลือกเธอ
และเธอทำให้ฉันรู้ว่า ถ้าฉันเลือกเธอ ฉันจะไม่พบกับความผิดหวัง

“ วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว
ซึ่งศาสนาของพวกเจ้าและข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว
ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า
และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว”
[Alma’idah : 3]

กำลังใจจากคนสำคัญ

Posted: ธันวาคม 1, 2012 in ไม่มีหมวดหมู่

เขียนโดย … ปากกาหมึกอ่อน

390300_224714654264564_100001780944833_495680_1607604737_n

กำลังใจทำให้คนๆหนึ่งเดินหน้าได้
กำลังใจทำให้คนๆหนึ่งกล้าที่จะพยายาม
กำลังใจทำให้ผู้เป็นพ่อเป็นแม่พยายามเพื่อลูกๆ
และ
…กำลังใจทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้พร้อมที่จะต่อสู้

จำได้ไหม … วันแรกที่เราจากสิ่งเดิม มาสู่สิ่งใหม่ เรารู้สึกแปลกๆ ไม่กล้าที่จะไปไหน ไม่กล้าที่จะทำอะไร หรือแม้แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยพูดกับผู้คน แต่แล้ววันนี้  เรากลับไม่ได้รู้สึกอะไร กลับรู้สึกเฉยๆ จะไปไหนก็ได้  ใครจะมองอย่างไรก็แล้วแต่

จำได้ไหม … วันนั้น วันที่เราเคยร้องไห้ เราเคยฟูมฟาย สับสนวุ่นวายต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ประสบกับตัวเรา  แต่แล้ววันนี้เรากลับที่จะเฉยๆอาจจะนิ่งๆกับสิ่งที่ประสบแล้วตะโกนออกมาว่า “สู้ๆ”

ฝาก … ถึงคนสำคัญ

ไม่ว่าเธอจะเจออะไรที่เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้เธอกังวล อาจจะสับสนและวุ่นวายต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เปลี่ยนไป จำไว้…ว่าคนทางนี้เป็นกำลังใจให้เธอเรียนรู้ ที่จะรู้จักกับทุกสิ่งทุกอย่างที่หมุนเวียนอยู่รอบตัว เพื่อที่เธอจะได้มีทางเดินที่เธอเคยผ่าน ในบางครั้งและหลายๆครั้งเธออาจจะรู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ ไม่มีแรงที่จะเดินหน้าต่อไป

โปรดจงจำไว้ ว่าเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้เพียงคนเดียว เรายังมีอัลลอฮ์ที่คอยมองดูและอยู่กับเราตลอดเวลา ถึงแม้เราอาจจะมีหรือไม่มีเพื่อนอยู่คียงข้าง และในบางครั้งเราก็มักจะหลงลืมว่าแท้จริงการจากมาของเราเพื่ออะไร และกำลังจะไปสู่สิ่งไหน และเราก็มักจะแบกความทุกข์ต่างๆเอาไว้ทั้งๆที่รู้ว่ามันหนัก จงปล่อยวางเถิดน่ะ… ให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามสิ่งที่อัลลอฮ์กำหนด แต่จงชูโกรและดุอาร์ให้มากๆต่อทุกสิ่งที่กำลังประสบอยู่

วันวานจะเป็นตัวหมุนเวียนที่จะทำให้เราเกิดการเรียนรู้ที่ดีอนาคตข้างหน้ายังมีอะไรอีกมากมายให้เราเรียนรู้ ขอแค่เราอย่าท้อถอย ฝนตกลงมาเดี๋ยวมันก็ซา  แดดตอนเที่ยงที่ร้อนสักพักตอนบ่ายดวงอาทิตย์ก็จะค่อยๆทำให้ความร้อนทุเลาลง ความทุกข์ก็เหมือนกันอยู่ได้สักพักเดียวความสุขก็จะตามมา…ว่าไหม?

เขียนโดย …  Ayn Sm

Favim.com-33754
โลกเราปัจจุบันมีคนมากมายหลายสัญชาติ หลายศาสนา ก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อให้มนุษย์อยู่อย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่จะต้องแห่กฎเพื่อสนองความตันหาหรือกิเลสของตนเอง แต่ในอิสลามย่อมเป็นแนวทางที่ถูกต้องเสมอที่เหล่าประชาชาติอิสลามต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญของอิสลามเพื่อความอยู่ป็นสุข มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา ใช่ว่าอิสลามจะสามารถครองโลกได้ในปัจจุบันแต่อิสลามมีประชากรมาเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ปัจจุบันอำนาจมืดตกอยู่ในกำมือของผู้อื่น เพราะอิสลามเราแตกแยก ต่างฝ่ายต่างคิดที่จะเป็นใหญ่ และคิดว่าฝ่ายตัวเองถูกเสมอ ไม่ยอมรับทักศนะของผู้อื่น ในสิ่งนี้อัลลอฮจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครถูกใครผิด

สำหรับในหัวข้อ” ยอมทำในสิ่งที่ขัดใจบ้าง เพื่อแลกกับการที่ใครสักคนหนึ่งมีความสุข ” สำหรับดิฉันแล้วคิดว่าการที่เรายอมสละเวลาอันเล็กน้อยของเรา เพื่อให้อีกคนหนึ่งมีความสุข อย่างเช่น สละเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อติวเพื่อนในสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ ถ้าตัวเราเป็นคนเก่งหรือมีความสามารถก็ย่อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่า แม้บางครั้งเราอาจจะใข้เวลาแบบไร้สาระไปวันๆ เช่น เล่น Facebook กับเพื่อน ก็หันเอาเวลานี้ไปทำสิ่งดีๆให้กับคนอื่น ผู้ที่ได้รับสิ่งดีๆ เขาจะรู้สึกดีใจมากและภูมิใจในสิ่งที่เราทำให้เขา บางที่ในภายภาคหน้าเราอาจจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากเขาก็เป็นได้ นี่แหละที่อิสลามสอนให้เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้ในเวลานี้เราอาจจะไม่เห็นค่าถึงความสำคัญของมัน แต่อนาคตภายภาคหน้ามันยิ่มมีผลดีตามมาอย่างแน่นอน ณ ตอนนี้ช่วงที่เราเป็นหนุ่มสาวกำลังศึกษาเล่าเรียนย่อมจะมีอุปสรรคต่างๆเข้ามาทดสอบ ดังนั้นก็ควรที่จะดูแลร่างกายและจิตใจให้สมดุลเพื่อให้เราได้ทำอาม้าลอีบาดะฮ์ได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างสมมติอย่างเห็นได้ชัดคือ เวลาที่เราอ่านหนังสือจนถึงตอนดึกๆ แน่นอนว่าเราจะต้องง่วงนอน บางครั้งการที่เราจะได้ตื่นมาละหมาดซุบฮีในตอนหัวรุ่งมันเป็นสิ่งที่ขัดใจความรู้สึกเอามากๆ แต่ ณ เวลานั้นเราจำเป็นที่จะต้องขัดใจความรู้สึกของตนเองเพื่อตื่นขึ้นมาละหมาด ซึ่งต้องใช้ความอดทนสูงในการบังคับจิตใจและร่างกายให้ปฏิบัติตามหลักปฏิบัติของอิสลาม แม้อาจจะขัดใจแต่เมื่อเราได้ทำมันแล้วจะรู้สึกมีความสุขและภูมิใจ ปัจจุบันนี้มนุษย์มีการเสียสละน้อยมาก ส่วนใหญ่มนุษย์นั้นมีการมองประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก โลกของเราจะน่าอยู่และมีสีสันมากขึ้น หากเราจะเปลี่ยนใครสักคนก็จงเอาตัวเองมาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น หากไม่เริ่มที่ตัวเราแล้วใครล่ะจะมาเปลี่ยน….?                                                                        

รอยยิ้มของฉัน

Posted: ธันวาคม 1, 2012 in ไม่มีหมวดหมู่

ผู้เขียน … Roselawatie

419575_355548641143619_345331712165312_1059012_42433738_n

“วันใดที่มีความทุกข์ขอให้เชื่อเถิดว่าไม่มีชีวิตใดจะดีที่สุด และไม่มีชีวิตใดที่เลวร้ายที่สุดสำหรับชีวิตคนเราในโลกนี้”

ฉันเชื่อว่า หลายๆคนที่เกิดมาย่อมต้องประสบกับสิ่งสองอย่างนี้ ถ้าไม่เจอกับความสุขก็เจอกับความทุกข์ ถ้าไม่เจอกับความทุกข์ ก็เจอกับความสุข แล้วแต่ของแต่ละคนว่าจะได้เจอในรูปแบบอย่างไร ที่สำคัญ คือ อย่าได้โทษตัวเอง เสียใจ หรือท้อใจ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนมีสิ่งแอบแฝงอยู่ในตัวของมันเอง บางครั้ง ในความทุกข์ก็มีสิ่งที่ดีอยู่ซึ่งเราไม่เห็นมัน และในความสุขก็มักจะมีเรื่องกระทบกระทั่งจิตใจเข้ามา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตของเราทั้งสิ้น เพราะนั้น คือ ตัวบ่งชี้ถึงการใช้ชีวิตในชีวิตประจำวันของเรานั้นเอง คือ วงจรชีวิต (Cycle of life) “ บุคคลใดที่ไม่เคยเจอกับอุปสรรค์คนคนนั้น ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายได้  ” เนื่องจากเขาไม่เคยได้แก้ปัญหาเลย สมองไม่เคยเกิดกระบวนการคิด ไม่รู้วิธีต้านรับกับอุปสรรค์ที่เผชิญ

ฉะนั้น จงเข้าใจตัวเอง มองโลกในแง่ดี คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะ เป็นทั้งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเรา เพราะ เนื่องจาก ชีวิตคนเรามีก้อนเลือดก้อนหนึ่ง นั้นคือ หัวใจ (Heart) เมื่อมันป่วยส่วนต่างๆของร่างกายของเราก็จะป่วยตามไปด้วย ถ้าคุณไม่อยากให้จิตใจของคุณต้องป่วยหนัก ลองใช้สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่ติดตัวคุณ ให้ตัวเองมีความสวยงามขึ้นมาอีกครั้ง นั้นคือ “รอยยิ้ม” (Smile) ของคุณเอง มันไม่เคยทิ้งคุณไปไหนเลย

รอยยิ้ม เป็นกำลังใจที่บริสุทธ์ ……. รอยยิ้ม เป็นความรักความจริงใจ

รอยยิ้ม เป็นความเข้าใจ ……………….. รอยยิ้มเป็นการบริจาคทาน

คุณเชื่อไหมว่า!! รอยยิ้มที่จริงใจสามารถเป็นยาบำบัดใจ อาจจะไม่ดีที่สุด แต่คุณลองทำดู ว่าผลที่ตอบรับมันจะเป็นเช่นไร นั่นคือ คำตอบสำหรับคุณ

….”ฉันเชื่อว่า คนที่มอบสิ่งที่ดีแก่ผู้อื่น   เขาคือคนที่มีความสุขที่สุดในโลก”….

เกียตินิยม…..เกียติแห่งชีวิต

Posted: ตุลาคม 17, 2012 in ไม่มีหมวดหมู่

Sakin Islam


อาจารย์คนหนึ่งสมัยที่ฉันเรียนมัธยมเคยบอกกับฉันว่า “ หนูชีวิตมหาลัยเป็นชีวิตที่เคร่งเครียด ต้องอ่านหนังสือเยอะๆ เพื่อที่จบมาด้วยเกรดสวยๆ หนูจะได้มีงานทีดี มีหน้ามีตาในสังคม” คำพูดของอาจารย์ทำให้ฉันรู้สึกกังวลและเกิดความหวาดกลัว
“ ดีใจด้วยค่ะ หนูผ่านการสอบสัมภาษณ์นะค่ะ” เสียงผู้หญิงวัยกลางคนใส่เสื้อสูดสีดำที่อยู่ตรงหน้ากล่าวพร้อมสีหน้าที่ยิ้มแย้ม คำพูดนั้นทำให้ความรู้ฉันเปลี่ยนไป แล้วฉันก็เดินออกมาไปยังผู้หญิงที่ใส่เสื้อชุดสีฟ้าที่มองหน้าฉันอย่างห่วงใย “เป็นอะไรหรือลูก” แม่ถามพร้อมโอบไหล่ฉัน “แม่ค่ะหนูสอบผ่านค่ะ แต่หนูกลัวค่ะ หนูกลัวว่าหนูจะทนกับการใช้ชีวิตมหาลัยไม่ได้” ฉันพุดพร้อมกับน้ำตาแห่งความกลัวที่มิอาจต้านทานได้ “ อย่าคิดมากสิลูก เราทำอะไรแล้วถ้าเราทำด้วยใจจริง มันก็ต้องประสบความสำเร็จ แม่เชื่อว่าลูกต้องทำได้ อีกอย่างบททดสอบต่างๆที่เราได้รับจากพระองค์เพื่อให้ราเข็มแข็งและกล้าเกร่ง ลูกจงยึดมั้นในสิ่งที่ถูกต้องแล้วลูกจะมีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า”แม่พูดพร้อมกอดลูกสาวอย่างห่วงใย
ฉันเข้าไปเรียนในมหาลัยแห่งนั้น ขยันอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนทำให้ฉันได้เกรดเป็นที่น่าพอใจ แต่ฉันไม่ดีใจ กลับรู้สึกว่าขาดอะไรไปสักอย่าง จนวันหนึ่งมีรุ่นพี่ที่ชมรมมุสลิมมาคุยกับฉันว่า “น้องสนใจเข้าชมรมมุสลิมไหม?” แรกๆฉันก็ไม่อยากเข้าเดี๋ยวมีผลกระทบต่อการเรียน แต่คิดดูอีกที่พี่ก็เรียนเหมือนกัน เรียนหนักกว่าเราด้วยซ้ำ แต่พี่เขายังทำงานได้เลย
ฉันจึงตัดสินใจบอกกับพี่เขาว่า “ตกลงค่ะ หนูจะทำงานชมรม”
กาลเวลาผ่านไปทำให้ความรู้สึกของฉันเปลี่ยนไปจากที่ไม่อยากทำงานชมรม เป็นคนรักเรียน รักษาเกรด พอได้ทำงานชมรมความรู้สึกนั้นก็จางหายไป และเกิดความรักและผูกพันเข้ามาแทนที่ จนโดนเพื่อนรุมตำหนิ “นี่เธอ ทำไมเดี่ยวนี้ไม่สนใจเรียนแล้วล่ะ แกจะทำงานชมรมทำไม ตังค์แกก็ไม่ได้ แถมแกจะต้องเสียการเรียนอีก แกรู้ไหมอาจารย์บ่นแกทุกวันว่าทำไมเดี่ยวนี้เกรดแกยิ่งแย่” เพื่อนคนหนึ่งพูดพร้อมสีหน้าบึงตึง
“ใช้ เงินฉันอาจจะไม่ได้ แต่แกรู้ไหมสิ่งที่ฉันได้คือประสบการณ์ฉันมีความสุขกับการที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มีความสุขกับการได้สอนหนังสือน้องๆ ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่ฉันช่วย เสียงหัวเราะที่พวกเขาเหล่านั้นมอบให้ฉัน ต่อให้มีเงินเป็นล้านก็มิอาจซื้อความสุขและประสบการณเหล่านั้นได้” คำพูดของฉันถึงกับทำให้สีหน้าของเพื่อนเปลี่ยน
“ แล้ววเกียตินิยมที่แกคาดหวังล่ะ จะทิ้งมันหรอ” เพื่อนถาม ฉันยิ้มให้เพื่อนพร้อมตอบไปว่า “จะมีประโยชน์อะไรถ้าฉันได้เกียตินิยม แต่เกียติความเป็นคนของฉัน เกียติแห่งวัยหนุ่มสาวของฉันที่ช่วยเหลือสังคมฉันไม่ได้รับ ฉันคงไม่ภูมิใจหรอกปริญญาแค่กระดาษแผ่นเดียวที่ฉีกเมื่อไรมันก็ขาด แต่เกียติแห่งชีวิตแม้มันจะไม่ได้จดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่มันบันทึกอยู่ในความทรงจำฉันที่มิอาจลบเลือนได้ “
“เออแล้วแต่แกแล้วกัน ฉันไม่พูดกับแกแล้ว” แล้วเธอก็เดินจากไปปล่อยให้ฉันนั้งอยู่คนเดียว
“เฮ้ย…หวังว่าคำตอบของฉันทำให้เธอเข้าใจอะไรบ้างน่ะ”